กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ปลัดฯ จตุพร นำทีม ทส. ลงพื้นที่ ชี้แจงกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนฯ ติดตามผลกระทบเหตุน้ำมันรั่ว มาบตาพุด จ.ระยอง

ปลัดฯ จตุพร นำทีม ทส. ลงพื้นที่ ชี้แจงกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนฯ ติดตามผลกระทบเหตุน้ำมันรั่ว มาบตาพุด จ.ระยอง

ปลัดฯ จตุพร นำทีม ทส. ลงพื้นที่ ชี้แจงกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนฯ ติดตามผลกระทบเหตุน้ำมันรั่ว มาบตาพุด จ.ระยอง

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2565) เวลา 09.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วซ้ำกลางทะเล บริเวณพื้นที่นิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยเฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมประชุมร่วมกับ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ เพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยมี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปลัดจังหวัดระยอง ร่วมให้ข้อมูล รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ณ เทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวว่า จากการบินสำรวจดูคราบน้ำมันจากมุมสูงวันนี้ พบเพียงคราบน้ำมันในลักษณะฟิล์มใสบาง ๆ จำนวนไม่มาก ประกอบกับข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบาง ๆ ห่างจากฝั่งประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล และจากสถานการณ์คลื่นลมในปัจจุบันคาดว่าคราบน้ำมันที่พบจะไม่ขึ้นชายฝั่ง

แต่ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้ กรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันเฝ้าติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเล และผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งเพื่อประเมินความเสียหายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับเรียกค่าชดเชยกับบริษัทฯ ต่อไป ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันที่รั่วไหลซ้ำในครั้งนี้ เข้าถึงแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ อย่างเช่น หญ้าทะเล และปะการังน้ำตื้น รวมถึงป้องกันอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่งโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นข้อห่วงกังวลที่ทางรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับสั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว

ในส่วนการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด และการติดตามเร่งรัดการชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนของกระทรวงฯ ได้มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน การเฝ้าระวังป้องกันคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่ง การประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ การติดตามคุณภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงการประเมินมูลค่าความเสียหายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อไป

สำหรับกรณีน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลในครั้งที่ 2 นี้ เป็นเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากทุ่นขนถ่ายน้ำมันดิบกลางทะเล บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ของบริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน (SPRC) เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา โดยเป็นน้ำมันค้างท่อในจุดเดียวกับที่เคยเกิดการรั่วไหล เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 หลังจากที่สามารถควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ในครั้งแรกไว้ได้แล้ว

แกลเลอรี่