ทส. ร่วมถก คกก. สิ่งแวดล้อม กับ รองนายกฯ ประวิตร
วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2565) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 1/2565 โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และผ่านระบบ VDO conference
โดยที่ประชุม ได้รับทราบสถานการณ์การแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล จังหวัดระยอง ตลอดจนพิจารณาเรื่องเชิงนโยบายที่สำคัญ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ (1) กรอบท่าทีไทย และหลักการต่อร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีและทางการเมือง ในการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 และการประชุมสมัยพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (2) การพิจารณากรอบการเจรจาและท่าทีของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะ สมัยที่ 4 และร่างปฏิญญาบาหลีว่าด้วยการต่อต้านการค้าปรอทอย่างผิดกฎหมายทั่วโลก และ (3) การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานที่ฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560
นอกจากนี้ ยังได้พิจารณารายงาน EIA จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยวสายสีเทา ระยะที่ 1 วัชรพล-ทองหล่อ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนรอง อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว (2) โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ของกรมธนารักษ์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีที่พักอาศัยพร้อมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิต มีระบบการดูแลรักษาสุขภาพและสวัสดิการอื่นๆ แบบครบวงจร (3) โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตาก 2 - แม่สอด ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และ (4) โครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ของกองทัพเรือ และสำนักงาน EEC เพื่อสนับสนุนการพัฒนา EEC รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของสนามบินและความมั่นคง ทั้งนี้ เจ้าของโครงการ ต้องดำเนินการตามมาตรการฯ ที่กำหนดในรายงานฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป
















