กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ทส. เสริมพลังไทยสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ ในเวที TCAC

ทส. เสริมพลังไทยสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ ในเวที TCAC

ทส. เสริมพลังไทยสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ ในเวที TCAC

ในการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ภายใต้แนวคิด อนาคตไทย อนาคตโลก : โอกาสและความรับผิดชอบ หรือ Our Future, Our Responsibility, Our Opportunity เมื่อวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เปิดเวทีเสวนา "เสริมพลังไทยสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ" เพื่อร่วมกันสะท้อนมุมมองการนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนา

โดยในเวทีเสวนา ดร.พิรุณ ได้สะท้อนถึง "เส้นทางสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ" ว่า เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ได้ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 จำเป็นต้องปรับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ภายในปี ค.ศ. 2030 เป็น 40% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การใช้เทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) การจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน รวมถึงน้ำเสียอุตสาหกรรม และการปรับปรุงการทำนาข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ BOI เพื่อเสริมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ด้านการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างตลาดคาร์บอนเครดิต และการเจรจาหารือกับ FTI เป็นต้น 

ด้าน ดร.กิติพงค์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงการสนับสนุนการปรับตัวของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ และภาคการเกษตร เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และสอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้นโยบายเศรษฐกิจ BCG ในประเด็น "สภาพภูมิอากาศไทยกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG" โดยกล่าวว่า ได้จัดทำโครงการ Circular Design & Solution Platform โดยมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท ที่เข้ามาเรียนรู้การออกแบบธุรกิจที่ใช้แนวคิดแบบ Circular Economy รวมทั้งการร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะทำให้ทราบถึงข้อมูลด้านการเกษตรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน น้ำ การปลูก การขาย และระยะเวลาการเก็บเกี่ยว

ด้าน ดร.วิจารย์ ได้กล่าวถึง "พลังแห่งนวัตกรรมเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ" ว่า จะต้องมองนวัตกรรมใน 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การลดในสิ่งที่เราปล่อย (Mitigation) ซึ่งจะต้องมองในเรื่องของการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกด้วย และส่วนที่สอง คือ การปรับตัว (Adaptation) ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน ดังนั้น นวัตกรรมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและนโยบายด้านนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่จะนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในทั้ง 2 ส่วนมีความชัดเจน และนวัตกรรมไม่ได้มีแต่นวัตกรรมที่ช่วยในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือการปรับตัว แต่ยังมีนวัตกรรมที่ใช้ในการตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเราด้วย จึงจำเป็นต้องมองให้ครอบคลุม 

ขณะที่ นายบุญญนิตย์ กล่าวว่า กฟผ. ได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 ภายใต้กลยุทธ์ Triple S ประกอบด้วย Sources Transformation หรือ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนในการผลิต ด้วยการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น Sink Co-creation หรือ การเพิ่มแหล่งกักเก็บดูดซับคาร์บอน โดยวางแผนปลูกป่าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งล้านไร่ ภายใน 10 ปี และ Support Measures Mechanism ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5 และการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นต้น

ปิดท้ายที่ นายอรรถพล ได้แลกเปลี่ยนถึง “วิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ สร้างพลังงานแห่งอนาคตมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero” โดยกล่าวว่า ปตท. ได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้เข้ากับบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้น อีกทั้งมีแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก 3P ประกอบด้วย Pursuit of Lower Emissions หรือ การดำเนินงานที่เกี่ยวกับการลดคาร์บอน Portfolio Transformation หรือ การปรับกระบวนการทำธุรกิจ และ Partnership with Nature and Society หรือ การปลูกป่าร่วมกับภาครัฐและชุมชน

แกลเลอรี่