กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมมือ สถาบัน IHE เนเธอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนความรู้ Nature-based Solutions and Climate Resilience for Extreme Water Events

กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมมือ สถาบัน IHE เนเธอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนความรู้ Nature-based Solutions and Climate Resilience for Extreme Water Events

กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมมือ สถาบัน IHE เนเธอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนความรู้ Nature-based Solutions and Climate Resilience for Extreme Water Events   




วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2566 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ฝนตกอย่างรุนแรง พายุฝนฟ้าคะนอง ภาวะฝนทิ้งช่วง และภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น อุทกภัยและภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 และ เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในหรือก่อนปี ค.ศ. 2065 หรือ พ.ศ. 2608 ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกระทรวงฯ กรมทรัพยากรน้ำในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำ ได้รับมอบภารกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทาน และพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้ร่วมมือกับ IHE Delft Institute for Water Education แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันจัดฝึกอบรมในหัวข้อ Nature-based Solutions and Climate Resilience for Extreme Water Events โดยมี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Remco van Wijngaarden เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการฝึกอบรมฯ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการสภาพอากาศรุนแรง แนวทางในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐานในการจัดการ (Nature-based Solutions: NbS) และนำความรู้ไปพัฒนาใช้ในการปฏิบัติงานจริง มีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการน้ำ ทั้งจากไทยและเนเธอร์แลนด์ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ การรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง บทเรียนจากภัยพิบัติที่ยุโรปในปี 2564 แนวปฏิบัติในการจัดการฝนตกรุนแรงและภัยแล้ง การสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงโอกาสและความท้าทายของแนวคิด NbS ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากกองทุน Nuffic แห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ จัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค นอกจากนี้ มีการลงพื้นที่ศึกษาดูงานสวนเบญจกิติ พัฒนาตามแบบ NbS ได้รับการออกแบบจากสถาบันอาศรมศิลป์ที่ชนะการประกวดออกแบบสวนในระยะที่ 2 และ 3 ซึ่งใช้ธรรมชาติ ระบบนิเวศเป็นพื้นฐานในการออกแบบ สามารถใช้น้ำเสียจากคลองไผ่สิงโต (คลองที่อยู่ติดกับสวน) มาบำบัดโดยอาศัยพืชน้ำหลากหลายชนิดในการกำจัดสารตกค้างในน้ำ เมื่อผ่านการบำบัดตามโครงสร้างแบบธรรมชาติที่สร้างขึ้น จะทำให้ได้น้ำที่สามารถเป็นแหล่งอาหารของสัตว์นานาชนิดในสวน และมีน้ำสำหรับต้นไม้นานาพันธุ์ ซึ่งสวนเบญจกิติมีการออกแบบให้เป็นสวนป่าในเมืองมีพันธุ์ไม้จากทั่วประเทศ พื้นที่สวนสามารถรับน้ำในช่วงหน้าฝนเก็บไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้อีกด้วย ในระยะยาวการบำรุงรักษาจะทำได้ง่าย ใช้งบประมาณน้อยเนื่องจากจะเป็นไปตามระบบนิเวศของพืชและสัตว์เอง นอกจากนี้ประชาชนบริเวณโดยรอบ สามารถใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สำหรับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงนักท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับงานที่รับผิดชอบได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้การใช้ NbS เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

แกลเลอรี่