“นายกฯ เศรษฐา” ควง “พัชรวาท” มอบนโยบายเร่งแก้ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ พร้อมรับฟังข้อเสนอภาคประชาสังคม มุ่งให้ประชาชนได้รับอากาศสะอาด มีสุขภาพที่ดี
วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2566) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วย รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ ร่วมต้อนรับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการประชุมรับมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2567 โดยมี คณะผู้บริหาร ทส. ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ หน่วยราชการในพื้นที่ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบาย ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาลดพื้นที่การเผาไหม้ซ้ำซาก ในพื้นที่ 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่การเกษตร ตั้งเป้าลดพื้นที่ไฟไหม้ให้ได้ร้อยละ 50 จากปี 2566 รวมถึงการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ควบคุมฝุ่นในเขตเมือง เพิ่มจุดตรวจสอบตรวจจับควันดำ มุ่งเป้าให้ประชาชนทุกคนได้รับอากาศที่สะอาดและมีสุขอนามัยที่ดี
นายกรัฐมนตรี ยังได้รับฟังข้อเสนอจากภาคประชาสังคม ถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ จากคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ แนวคิดและหลักการของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน จากสภาลมหายใจภาคเหนือ การเพิ่มบทบาทภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน จากมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พลิกฟื้นเศรษฐกิจกับการร่วมมือแก้ปัญหาตรงจุดของภาครัฐและเอกชน จากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน และการนำเสนอแนวคิดศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงการออกแบบกลไกและระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจเอกชน
นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย โดยเน้นย้ำการบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนทั้งทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ในการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2567 ทั้งปัญหาการเผาไหม้จากรถยนต์ ปัญหาการเผาในที่โล่ง ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่ต้องเร่งหารือกับ สปป.ลาว และเมียนมาร์ เพื่อมุ่งเป้าให้ประเทศไทยมีอากาศสะอาด ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือมากยิ่งขึ้น
จากนั้นได้ตรวจความพร้อมกำลังพลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครควบคุมไฟป่ารวมกว่า 1,500 นาย และเยี่ยมชมหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ของกรมควบคุมมลพิษ และเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ บริเวณลานด้านหน้าศูนย์ประชุมฯ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง เต็มความสามารถ ขอให้ทุกคนปฏิบัติภารกิจด้วยความไม่ประมาท บรรลุเป้าหมายและมีความปลอดภัย เพื่อสร้างความสุข สุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน ตลอดจนรักษาป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์
















