กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“พัชรวาท” หารือทวิภาคีกับผู้แทนเนเธอร์แลนด์ และผู้แทนสวิส ในระหว่างการประชุม COP28 สร้างความร่วมมือลดก๊าซเรือนกระจก ระหว่างไทยกับนานาชาติ

“พัชรวาท” หารือทวิภาคีกับผู้แทนเนเธอร์แลนด์ และผู้แทนสวิส ในระหว่างการประชุม COP28 สร้างความร่วมมือลดก๊าซเรือนกระจก ระหว่างไทยกับนานาชาติ

“พัชรวาท” หารือทวิภาคีกับผู้แทนเนเธอร์แลนด์ และผู้แทนสวิส ในระหว่างการประชุม COP28 สร้างความร่วมมือลดก๊าซเรือนกระจก ระหว่างไทยกับนานาชาติ


เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ณ Expo City เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) ได้ประชุมหารือทวิภาคีร่วมกับคณะผู้แทนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และคณะผู้แทนสมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกที่มีความร่วมมือกับประเทศไทยโดยตรง ในระหว่างการเข้าร่วมประชุม COP28


โดยในการหารือร่วมกับราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ นำโดย H.E. Mr. Mark Harbers รัฐมนตรีว่าการกระทรวง Infrastructure and Water Management ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ได้ปรึกษาร่วมกันถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง ซึ่งผู้แทนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ยังได้เชิญชวนให้ประเทศไทยเข้าร่วมรับรองบันทึกความตกลงระดับโลก เรื่องการหยุดปล่อยคาร์บอนจากรถบรรทุกขนาดกลาง และขนาดใหญ่ (Global Memorandum of Understanding on Zero-Emission Medium and Heavy-Duty Vehicles) ซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มการใช้รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ให้ได้ร้อยละ 100 ภายในปี ค.ศ. 2040 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีส 


สำหรับการหารือร่วมกับคณะผู้แทนสมาพันธรัฐสวิส ซึ่งนำโดย H.E. Federal Councillor Albert Rosti รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม การขนส่ง พลังงาน และการสื่อสาร ได้มีการติดตามความก้าวหน้าโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ซึ่งดำเนินการโดยภาคเอกชนไทย และอยู่ภายใต้ข้อตกลงของทั้ง 2 ประเทศ ที่ได้มีการลงนามร่วมกันไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 โดยจะเป็นการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างกัน และภาคเอกชนไทยจะได้รับเงินสนับสนุนเป็นการตอบแทน ซึ่งผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า โครงการดำเนินงานไปได้ด้วยดีและเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ในอนาคตจะได้มีการพิจารณาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการขยายโครงการเพื่อเพิ่มปริมาณรถสาธารณะพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นต่อไป

แกลเลอรี่