“พัชรวาท” สั่ง ทส. เร่งช่วยชาวใต้หลังน้ำลด ทั้งฟื้นฟูบ่อบาดาล - แจกน้ำดื่ม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก - ดินถล่ม
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ว่า จากฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย น้ำเริ่มลด ตนจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและซ่อมแซมบ่อน้ำบาดาล ที่ได้รับความเสียหาย อาทิ บ่อน้ำบาดาลที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน เครื่องสูบน้ำบาดาลที่เกิดการชำรุด รวมถึงระบบประปาบาดาลหรือระบบกระจายน้ำในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม และประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อส่งมอบน้ำดื่มสะอาด 11,600 ลิตร เป็น น้ำดื่มสะอาดขนาดบรรจุแกลลอน 5 ลิตร และน้ำดื่มสะอาดขนาดบรรจุขวด 500 มิลลิลิตร
สำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนหลังจากระดับน้ำที่ท่วมในพื้นที่ลดลงแล้ว ทั้งยังได้เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจบ่อน้ำบาดาลเพื่อเป่าล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในบ่อน้ำบาดาลที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาด นอกจากนี้ หากพบว่าเครื่องมืออุปกรณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับบ่อน้ำบาดาล อาทิ เครื่องสูบน้ำแบบไฟฟ้าชำรุด ระบบประปาบาดาลหรือจุดจ่ายน้ำเสียหาย จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้การได้โดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการกรมทรัพยากรน้ำ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์และการแจ้งเตือนน้ำหลาก - ดินถล่มในพื้นที่ลาดชันและที่ราบเชิงเขาในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเครื่องมือเครื่องจักร ทั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 49 เครื่อง และรถบรรทุก 7 คัน รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยทั้งในช่วงเผชิญเหตุและช่วงฟื้นฟู
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงปัจจุบัน กรมทรัพยากรน้ำได้ช่วยเหลือเร่งสูบระบายน้ำในพื้นที่กว่า 14 จุด ใน 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุงและปัตตานี รวมกว่า 1,335,690 ลบ.ม. ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,691 ครัวเรือน รวม 21,684 คน พื้นที่ 14,240 ไร่ และแจกจ่ายน้ำสะอาดรวม 1,000 ลิตร โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
















