“พัชรวาท” ตอบ 2 กระทู้ ปัญหาสร้างคลองหาดใหญ่ - น้ำเสียตลาดคลองเตย พร้อมเร่งรัดการแก้ไขเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน
วันที่ 7 มีนาคม 2567. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าตอบกระทู้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาคลอง 30 เมตร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาน้ำเสีย บริเวณคลองหัวลำโพง ตลาดคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ณ อาคารรัฐสภา
พล.ต.อ.พัชรวาท ชี้แจงว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานรับและเบิกจ่ายงบประมาณ ได้โอนงบประมาณให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นอำนาจของเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการบริหารสัญญากับคู่สัญญา ที่ผ่านมา เมื่อเกิดความล่าช้ากระทรวงฯ ได้เคยทำหนังสือทวงถามความคืบหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 พร้อมกำชับให้เทศบาลนครหาดใหญ่รายงานความคืบหน้าและรายงานปัญหาอุปสรรค อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาอาจจะมีมาตรการชะลอการตั้งคำของบประมาณสำหรับปีถัดไป พร้อมขึ้นบัญชีรายชื่อเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการฯ ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อประกอบการพิจารณาในครั้งต่อ ๆ ไป จนกว่าโครงการเดิมจะแล้วเสร็จ และที่สำคัญ ให้เทศบาลนครหาดใหญ่ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนในสัญญาเกี่ยวกับค่าปรับ เพื่อเป็นการประกันให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาให้ถูกต้อง และอยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จในปี 2567 ตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับตามกำหนด
ในส่วนของการแก้ปัญหาน้ำเสีย บริเวณคลองหัวลำโพง พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ชี้แจงว่า ตลาดคลองเตยถึงคลองพระโขนงเนื้อที่ประมาณ 3,500 เมตร ซึ่งอยู่บนพื้นที่กรรมสิทธิ์ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และอนุญาตให้สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นทางระบายน้ำ และพบว่ามีแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่มาจาก ตลาดคลองเตย 8 ชุมชนโดยรอบ บ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง ทำให้มีการทิ้งขยะ การระบายน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงสู่คลองหัวลำโพงโดยตรง ส่งผลให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม และเกิดการตื้นเขิน กระทรวงฯ โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้เข้าร่วมดำเนินโครงการพัฒนาและฟื้นฟูคลองหัวลำโพง ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานหลัก และได้เชิญสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการท่าเรือแห่งประเทศไทย เข้าร่วมดำเนินการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาน้ำเสียดังกล่าวแล้ว บางกิจกรรมแล้วเสร็จ และบางกิจกรรมอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองและแหล่งกำเนิดมลพิษ พบว่าอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ถึงแม้ว่าค่าความสกปรก ในปี 2566 จะลดลงจากปี 2565 ซึ่งจะได้ติดตามและเร่งรัดการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของตลาดคลองเตย หากเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ และไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ จะนำกฎหมายมาบังคับใช้กับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต่อไป
















