"พัชรวาท" มอบนโยบาย 76 จังหวัด เร่งตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง เสนอ กก.วล. ในเดือนมิถุนายน พร้อมสั่งบูรณาการแผนรับมือกรณีฉุกเฉิน แนะสื่อสารประชาชนทุกระยะเมื่อเกิดเหตุ
วันนี้ (3 พฤษภาคม 2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบการประชุมทางไกล VDO Conference ณ ห้องประชุม 301 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วมรับมอบนโยบาย เพื่อเร่งรัดการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่รับดำเนินการสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตราย รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด เพื่อการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่รับดำเนินการของเสียอันตราย รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการ มีหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเป็นอนุกรรมการ และมีอุตสาหกรรมจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นอนุกรรมการและเลขานุการร่วม
พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า จากสถานการณ์อุบัติภัยสารเคมีหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดฯ ขึ้น โดยขอมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับ กำกับ ให้มีการสำรวจโรงงานที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานประเภทที่มีของเสียอันตราย หรือวัตถุอันตราย ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน โรงงานที่ถูกร้องเรียนปัญหาด้านมลพิษซ้ำซากและไม่ได้รับการแก้ไข จัดส่งข้อมูลให้กรมควบคุมมลพิษตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้อุตสาหกรรมจังหวัด สนับสนุนข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของการสำรวจ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบถี่ถ้วน รวมถึงให้ ทสจ. ทั้ง 76 จังหวัด สคพ. 1-16 สนับสนุนการทำงานของจังหวัดอย่างเต็มที่ โดยให้กรมควบคุมมลพิษ นำผลการตรวจสอบโรงงานของคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดฯ มาประมวลเสนอแนวทางในการกำกับ ควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหา ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในเดือนมิถุนายน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัด บูรณาการซักซ้อมการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย และกำหนดเป็นมาตรการรองรับเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้สื่อสารข้อเท็จจริงกับประชาชนตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุ จนเหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน หน่วยงาน และประเทศชาติเป็นสำคัญ
















