ปกท.ทส. ร่วมคณะนายกฯ ติดตามการแก้ไขปัญหาดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พร้อมบูรณาการทุกส่วนราชการป้องกันแก้ไขในพื้นที่เสี่ยง
วันนี้ (8 สิงหาคม 2567) เวลา 11.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ และมอบแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาดินโคลนถล่ม ณ ห้องประชุมแสดงพันธ์ุสัตว์น้ำจังหวัดภูเก็ต โดยขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการป้องกันแก้ไขปัญหาดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณี จัดทำแผนแม่บทในการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย และเร่งนำข้อมูลแผนที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มระดับชุมชน ที่ทำเสร็จแล้ว ไปทำความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเตรียมความพร้อมรับมือทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดธรณีพิบัติภัย เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกแบบทั้งระบบในการป้องกัน เฝ้าระวัง และเตือนภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลอื่น ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน การก่อสร้างสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอาคาร ตลอดจนให้มีการสำรวจและตั้งสถานีวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินพร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือในการเฝ้าระวังเพื่อแจ้งเตือนภัยแผ่นดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก โดยให้ซักซ้อมการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงให้เข้าถึงประชาชนทุกครัวเรือน และดำเนินการในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดอื่น ๆ ด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่ทะเลอันดามัน ณ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร โดยเยี่ยมชมห้องพยาบาลรักษาสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น บ่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล และบ่อฟื้นฟูสุขภาพเต่าก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล พร้อมทั้งได้สั่งการให้ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์เต่าทะเล และประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงโทษของการทิ้งขยะลงทะเลที่ส่งผลกระทบต่อเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก เพื่อช่วยกันรักษาและขยายพันธุ์สัตว์น้ำทะเลให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ควรต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับหน้างาน เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ต่อไป
















