“ดร.เฉลิมชัย” ร่วมแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรี “นายกฯ แพทองธาร” ต่อรัฐสภา
“ปลัดฯ จตุพร” นำทีม ทส. เตรียมพร้อมสนับสนุนข้อมูล
วันนี้ (12 กันยายน 2567) เวลา 10.15 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เข้าร่วมการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยในการแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความท้าทายและโอกาสของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกษตร การท่องเที่ยว ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งและอุทกภัย รวมถึงปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศด้วยความพร้อมที่จะรับมือความท้าทายด้วยนโยบายที่จะสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งในเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศท้องถิ่น การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมในการรับมือกับภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะการแก้ปัญหา PM2.5 การจัดการปัญหาการลักลอบกำจัดหรือฝังกลบกากอุตสาหกรรมและของเสียอันตรายอย่างเข้มงวด และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบ
รัฐบาลจะยกระดับการบริหารจัดการน้ำ จัดหาน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เพิ่มศักยภาพแหล่งกักเก็บน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพระบบการกระจายน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพิ่มแหล่งน้ำเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และจะสานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศ เปิดประตูสู่การค้าระดับโลก ช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับผู้ผลิตสินค้าและบริการในประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว โดยไทยมีจุดแข็งในด้านการเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อีกทั้งการปรับกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างสมดุล ก่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
















