กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“เฉลิมชัย” สั่งการ อส. ทช. เฝ้าติดตามปัญหาการตายของ“พะยูน”อย่างใกล้ชิด ดำเนินการตามมาตรการแก้ไขโดยด่วน กำชับต้องรักษาพะยูนทุกตัวไว้ให้ได้

“เฉลิมชัย” สั่งการ อส. ทช. เฝ้าติดตามปัญหาการตายของ“พะยูน”อย่างใกล้ชิด ดำเนินการตามมาตรการแก้ไขโดยด่วน กำชับต้องรักษาพะยูนทุกตัวไว้ให้ได้

“เฉลิมชัย” สั่งการ อส. ทช. เฝ้าติดตามปัญหาการตายของ“พะยูน”อย่างใกล้ชิด ดำเนินการตามมาตรการแก้ไขโดยด่วน กำชับต้องรักษาพะยูนทุกตัวไว้ให้ได้


วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับสูง ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP 29) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เข้าร่วมการประชุมฯ และขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในนามของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ถึงกรณีที่มีรายงานพบการตายของพะยูน จำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรัง ว่า “ตนมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การตายของพะยูนในช่วงนี้เป็นอย่างมาก ที่พบการตายอย่างต่อเนื่อง มีรายงานเบื้องตนว่ามีหลายสาเหตุ แต่ที่สำคัญมาจากแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารหลักของพะยูนมีปริมาณลดลงอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อน้ำทะเล ทำให้แหล่งหญ้าทะเลเกิดความเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่องจนเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเลที่เคยเป็นแหล่งหากินหลักของพะยูนในแถบอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลิบง มีความสมบูรณ์ลดลงถึง 50% ทำให้พะยูนมีการอพยพย้ายแหล่งหากิน”


ดร.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า “ก่อนหน้านี้ ตนจึงได้มอบหมายให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ร่วมกันดำเนินการวางแนวทางในการกู้วิกฤตสถานการณ์ความอยู่รอดของพะยูนเป็นการเร่งด่วนแล้ว ทั้งการดำเนินการเร่งฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลตามธรรมชาติที่มีอยู่เดิม และการหาอาหารจากนอกแหล่งธรรมชาติไปเพิ่มเติมให้กับพะยูน รวมถึงการลงพื้นที่ที่พบพะยูนอพยพเข้าไปหากิน เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ถึงมาตรการในการร่วมกันดูแลอนุรักษ์พะยูน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียสัตว์ทะเลหายากนี้เพิ่มขึ้นอีก จึงได้กำชับให้ทั้ง 2 หน่วยงาน เร่งดำเนินการตามมาตการในระยะเร่งด่วนให้เห็นผลในเชิงรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อรักษาพะยูนทุกตัวที่เหลือไว้ให้ได้ พร้อมทั้งสั่งการให้รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากกลับมาจากการประชุม COP 29 จะมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยตนเองโดยเร็วที่สุด”