กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ทส. จับมือ อก. และ BOI ขับเคลื่อนความร่วมมือมาตรการสนับสนุนการลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จากการเผาอ้อยในพื้นที่เกษตร

ทส. จับมือ  อก. และ BOI ขับเคลื่อนความร่วมมือมาตรการสนับสนุนการลดปัญหาฝุ่นละออง  PM 2.5  จากการเผาอ้อยในพื้นที่เกษตร

ทส. จับมือ  อก. และ BOI ขับเคลื่อนความร่วมมือมาตรการสนับสนุนการลดปัญหาฝุ่นละออง  PM 2.5  จากการเผาอ้อยในพื้นที่เกษตร
 
วันนี้ (16 ตุลาคม 2568) เวลา 10.00 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการประชุมหารือมาตรการสนับสนุนการลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จากภาคการเผาในพื้นที่เกษตร โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมควบคุมมลพิษ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุมหารือ ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกอ้อย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยมี การส่งเสริมการลงทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ เช่น เครื่องตัดย่อยใบอ้อย อุปกรณ์อัดแท่ง/เม็ด เชื้อเพลิง ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ เพื่อการลดหย่อน/ยกเว้นภาษี สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรือ โรงไฟฟ้าชีวมวล  การใช้กลไกคาร์บอนเครดิตในการส่งเสริมให้โรงงานน้ำตาลงดรับซื้ออ้อยไฟไหม้  สนับสนุนโครงการที่ลดการเผาอ้อยและส่งเสริมการเก็บเกี่ยวอ้อยสด การพิจารณาขยายระยะเวลาใบอนุญาตในการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก และเพิ่มเพดานการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวล พื้นที่เป้าหมายในการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ภาคเกษตร (อ้อย)  เพื่อสร้างแรงจูงใจและช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวล และขายพลังงาน ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิด demand/supply ในการรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มขึ้น
 
ทั้งนี้ ได้มีมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 จากการเผาอ้อย โดยอาศัยมาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้ กำหนดปริมาณอ้อยเผาไม่เกิน 20 % ต่อวัน และทั้งฤดูกาลไม่เกิน 10 % และปรับปรุงแก้ไขระเบียบการตัดและส่งอ้อยให้แก่โรงงาน  ควบคู่กันนี้ มีการขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเพื่อการบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อย พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการทางการเงินและการสร้างแรงจูงใจ เช่น ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ จูงใจเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี ฤดูการผลิต ปี 2568 และ ปี 2569 เฉพาะอ้อยสด สะอาด คุณภาพดี  เท่านั้น และมีมาตรการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อยส่งเสริมอัดเม็ดใบอ้อย ชีวมวลผง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยลดการเผาเพื่อลดฝุ่น PM 2.5  สำหรับมาตรการติดตามและประเมินผล ติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย (Burn Scar) จะใช้เทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศระบบดาวเทียม เพื่อให้สามารถควบคุมและประเมินประสิทธิภาพของมาตรการได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

แกลเลอรี่