"ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส." บรรยายพิเศษ หลักสูตร วปอ.รุ่น 68 เน้นย้ำการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนอย่างเป็นธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”
วันนี้ (9 ธันวาคม 2568) เวลา 08.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ "สภาวะแวดล้อมโลกและภูมิภาค ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ให้แก่ผู้เข้ารับการศึกษา หลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปี 2568 - 2569 ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กรุงเทพมหานคร
ดร.รวีวรรณ ชี้ให้เห็นว่าสภาวะแวดล้อมโลกและภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญและห่วงกังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านผลกระทบระยะยาว ทั้งนี้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของประเทศเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่ดิน ป่าไม้ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน เนื่องจากปัจจุบัน หลายประเทศได้มีการกำหนดมาตรการด้านการค้าที่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากผู้นำเข้าสินค้าประเภทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตสูง (Carbon intensive products) นอกสหภาพยุโรปหรือ ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Regulation on Deforestation Free Products: EUDR) ที่กำหนดให้สินค้าควบคุม 7 กลุ่มสินค้า ได้แก่ โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง ไม้ และโค รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิดที่มีการทำลายป่าหรือทำให้ป่าเสื่อมโทรมหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และต้องมาจากกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้เร่งดำเนินการปรับปรุงเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับผลการปรับปรุงที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (one Map) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนกัน และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเร่งด่วนที่กระทรวงฯ ต้องขับเคลื่อน คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร และภาคเมือง ร่วมขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกัน ในการนี้ จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ร่วมมาตรการต่าง ๆ ของกระทรวงฯ เช่น การนำรถยนต์เข้ารับการบำรุงรักษาภายใต้ “โปรสู้ฝุ่น” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อลด PM2.5 ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกด้วย
















