กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“สุชาติ” สั่งลุยสอบรุกป่าแม่ยวม เปิดถนน โค่นไม้กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ย้ำเอาผิดถึงที่สุด

“สุชาติ” สั่งลุยสอบรุกป่าแม่ยวม เปิดถนน โค่นไม้กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ย้ำเอาผิดถึงที่สุด

“สุชาติ” สั่งลุยสอบรุกป่าแม่ยวม เปิดถนน โค่นไม้กลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ย้ำเอาผิดถึงที่สุด

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งเร่งด่วนให้ตรวจสอบกรณีลักลอบเปิดแนวถนนและตัดไม้ในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จังหวัด แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ

รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรี เร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ขณะที่ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกำชับให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลักวิชาการประกอบการพิจารณา

ก่อนการประชุมหารือ มีตัวแทนเครือข่ายกระเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ถนนที่อยู่ระหว่างข้อพิพาท เพื่อให้ภาครัฐรับทราบข้อมูลจากภาคประชาชนควบคู่กับการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ สะท้อนความพยายามสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและลดความขัดแย้งในพื้นที่

จากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงาน ตรวจสอบพยานหลักฐาน และเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.นันทชาติ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ ตรวจสอบแนวเส้นทาง ลักษณะการปรับพื้นที่ และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมย้ำว่าการพิจารณาจะยึดข้อเท็จจริงและหลักวิชาการเป็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีคำสั่งปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ระหว่างการดำเนินคดีและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการเข้าใช้พื้นที่เพิ่มเติม และลดความเสี่ยงต่อการกระทบทรัพยากรในเขตคุ้มครอง

“จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมพิจารณาแนวทางจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่พิพาทให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่กระทบพื้นที่อนุรักษ์” พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า หากไม่เปิดใช้ถนนหรือกันแนวเขตออกจากป่า ชาวบ้านจะไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าและหมอกควันนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยประชาชนในพื้นที่ ต.เสาหิน และ ต.แม่ลาหลวง ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบการลักลอบเปิดแนวถนนและตัดไม้ในพื้นที่คุ้มครอง อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงควบคู่การดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำว่า “ทรัพยากรป่าไม้เป็นสมบัติของชาติ จะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนใดเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ”

กรณีดังกล่าวนับเป็นบททดสอบสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

แกลเลอรี่