กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

รัฐบาลมอบ “สุชาติ” คลี่ปมทับลาน 50 ปี ย้ำให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ยึดข้อเท็จจริง–กฎหมาย ไม่ทิ้งทั้งผืนป่าและสิทธิประชาชน

รัฐบาลมอบ “สุชาติ” คลี่ปมทับลาน 50 ปี ย้ำให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ยึดข้อเท็จจริง–กฎหมาย ไม่ทิ้งทั้งผืนป่าและสิทธิประชาชน

รัฐบาลมอบ “สุชาติ” คลี่ปมทับลาน 50 ปี ย้ำให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ยึดข้อเท็จจริง–กฎหมาย ไม่ทิ้งทั้งผืนป่าและสิทธิประชาชน

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) เวลา 11.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ กรณีการพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบข้อห่วงกังวลจากทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายอนุรักษ์ ชุมชนในพื้นที่ ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมตระหนักว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี

รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยืนยันว่าการพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจะยึดหลักข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย และข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างรอบด้าน โปร่งใส และตรวจสอบได้

นายสุชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ซึ่งจะต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิของประชาชนกว่า 5,000 ราย พร้อมชี้แจงว่า ข้อมูลบางส่วนที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมดตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เป็นการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนและชุมชนดั้งเดิม รวมถึงพื้นที่สาธารณูปโภคบางส่วน ควบคู่กับการเตรียมประกาศพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ

ดังนั้น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานในภาพรวมจึงไม่ได้ลดลงตามตัวเลขที่ถูกเผยแพร่ในบางช่องทาง ขณะที่พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีบุกรุกป่าและอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาล จะไม่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการดังกล่าว และยังคงดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดิม

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (One Map) ซึ่งจำแนกพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 พื้นที่ที่เสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว

กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ

กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทาง คทช.

กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ

กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร

ส่วนที่ 2 พื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีความเห็นประกอบการดำเนินการ ได้แก่ การรักษาพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์และพื้นที่สาธารณประโยชน์ไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม การเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ การกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ ตลอดจนยืนยันว่าคดีบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ที่เตรียมเพิกถอนในกลุ่มที่ 1–3 จะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี

“รัฐบาลมอบหมายให้ผมเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เพราะให้ความสำคัญทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลสิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน เราจะไม่ละเลยข้อห่วงใยของภาคประชาชน ขณะเดียวกันก็จะไม่ปล่อยให้มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าโดยมิชอบ ทุกการตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม” นายสุชาติ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประเด็นอันละเอียดอ่อนนี้ ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิทธิของชุมชน และการป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ

แกลเลอรี่