ทส. ร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นัดแรกภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการสิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติหน้าที่รองประธานกรรมการคนที่ 2 เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม และมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รองประธานกรรมการคนที่ 1 พร้อมด้วยนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ มาตรการต่าง ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ ในการประชุมที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสำคัญของภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า–ตลิ่งชัน) 2) โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 3) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์–แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) 4) โครงการทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทำปูนขาว) ของบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) จังหวัดสระบุรี และ 5) โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กรณีโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก)
สำหรับโครงการที่ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ การเชื่อมโยงการค้าชายแดน การบรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมืองและเมืองหลักของภูมิภาค ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการเดินทางทางอากาศและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณะ เพิ่มความปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการควบคุม กำกับดูแล และติดตามการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตราย รวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกและการนำผ่านของเสียพลาสติกที่ไม่เป็นอันตราย ประเภท Y48 เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามลพิษข้ามแดน ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารจัดการของเสียของประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการบำบัดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งเห็นชอบผลการประเมินดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย (EPI Thailand) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตาม ประเมินผล และยกระดับการดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
















