กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“สุชาติ” ลั่นกลางรัฐสภา! “โดนด่าไม่สำคัญเท่าน้ำตาชาวบ้าน” เดินหน้าพิสูจน์สิทธิทับลาน ย้ำให้ความเป็นธรรม คุ้มครองทั้งคนและผืนป่า ไม่เอื้อนายทุน

“สุชาติ” ลั่นกลางรัฐสภา! “โดนด่าไม่สำคัญเท่าน้ำตาชาวบ้าน” เดินหน้าพิสูจน์สิทธิทับลาน ย้ำให้ความเป็นธรรม คุ้มครองทั้งคนและผืนป่า ไม่เอื้อนายทุน

 

“สุชาติ” ลั่นกลางรัฐสภา! “โดนด่าไม่สำคัญเท่าน้ำตาชาวบ้าน” เดินหน้าพิสูจน์สิทธิทับลาน ย้ำให้ความเป็นธรรม คุ้มครองทั้งคนและผืนป่า ไม่เอื้อนายทุน

  วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับฟังปัญหาและรับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้านและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติ ณ อาคารรัฐสภา โดยมีประชาชนจากจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจและแสดงการสนับสนุน ภายหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายปัญหาข้อพิพาทด้านที่ดินที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ

ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า การจัดตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงได้สร้างความหวังให้กับประชาชนจำนวนมากที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมคาดหวังว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยหนังสือที่ยื่นในครั้งนี้ยังได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการตรวจสอบสิทธิในที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ทับลาน เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานเกือบ 50 ปี และถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเร่งหาทางออกบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม

“เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหน้าที่ของกระทรวงอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาเป็นเวลานาน หากไม่เริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ความขัดแย้งก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า การตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มใด แต่เป็นการค้นหาความจริงด้วยกระบวนการที่โปร่งใส เปิดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่เดิมต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ผู้ที่เข้ามาถือครองภายหลังหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

“ผมเอาชีวิต เอาศักดิ์ศรี และเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน ถึงแม้ผมจะโดนด่าก็ไม่สำคัญเท่าน้ำตาของประชาชน ผมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เพราะคนที่มีทุนสามารถไปลงทุนในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิได้อยู่แล้ว สิ่งที่เรากำลังทำคือการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่รอคอยการแก้ปัญหามานานหลายสิบปี” นายสุชาติ กล่าวย้ำ

แกลเลอรี่