“สุชาติ” ลุยทับลาน ปิดปมปัญหาทับซ้อนกว่า 40 ปี เดินหน้าคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านดั้งเดิม พร้อมสั่งรื้อ 3 รีสอร์ท คดีถึงที่สุด ทวงคืนผืนป่าให้แผ่นดิน
วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายเทวินทร์ มีทรัพย์ อดีต มือปราบกรมป่าไม้ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่ One Map และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จริง โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการคุ้มครองสิทธิของชุมชนดั้งเดิมอย่างเป็นธรรม
ในการนี้ มีนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมชี้แจงแนวทางการดำเนินการสอบพิสูจน์สิทธิและข้อกฎหมายตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน พร้อมแสดงแผนที่พื้นที่ทับซ้อนประกอบการชี้แจง ณ โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา
โอกาสนี้ นายสุชาติ รมว.ทส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ชุมชนในโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง (พมพ.) และโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) เพื่อพบปะและรับฟังเสียงสะท้อนจากราษฎรดั้งเดิมที่รัฐเคยอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งยังคงประสบปัญหาความไม่ชัดเจนด้านเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินมาเป็นเวลาหลายสิบปี
ทั้งนี้ คณะได้ลงพื้นที่พบคุณตาสถิตย์ พันหอม อายุ 87 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในราษฎรที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และในช่วงที่หน่วยงานความมั่นคงอพยพราษฎรเข้ามาตั้งถิ่นฐานในยุคสงครามแย่งชิงมวลชน ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินในอำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเร่งรัดการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิของชาวบ้านดั้งเดิมผู้ยากไร้เป็นรายแปลงอย่างรอบคอบและรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด โดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดทั้งสิ้น และยืนยันว่าจะไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติออกจากระบบอนุรักษ์อย่างแน่นอน
“การดำเนินการทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ยึดหลักข้อเท็จจริงและข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างโปร่งใส การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ไม่ใช่การเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด แต่เป็นการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการเตรียมประกาศพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนคดีบุกรุกป่าที่อยู่ในกระบวนการศาล ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย วันนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้ดำเนินการนำหนังสือแจ้งเตือนไปติดประกาศให้ผู้ครอบครองโรงแรมและรีสอร์ทที่มีคดีถึงที่สุดแล้ว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการยึดถือ ครอบครอง หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยมิชอบ อันมีลักษณะเป็นการค้า เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายดังกล่าว
ขณะนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้ติดประกาศแจ้งเตือนแล้วจำนวน 3 รีสอร์ท ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และจะทยอยดำเนินการรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ตที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดทุกราย เพื่อนำพื้นที่กลับคืนสู่อุทยานแห่งชาติสำหรับการฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป”
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน รัฐบาลได้กำหนดแนวทางดำเนินการออกเป็น 5 กลุ่ม ตามลักษณะการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังนี้
1. พื้นที่ ส.ป.ก. จำนวน 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหลักการ One Map
2. พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี จำนวน 8,328 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิและดำเนินการด้านคดีความให้แล้วเสร็จก่อนพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
3. พื้นที่ พมพ./คจก. จำนวน 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ โดยจะจัดทำประชามติสอบถามความต้องการรูปแบบสิทธิของราษฎร
4. พื้นที่อื่นนอกเขต ส.ป.ก. และโครงการด้านความมั่นคง จำนวน 109,420 ไร่ จะดำเนินการตรวจสอบสิทธิรายแปลงอย่างเข้มงวด เพื่อคัดกรองกลุ่มทุนออกก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
5. พื้นที่ราชพัสดุ จำนวน 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามการใช้ประโยชน์ในราชการทหารตามสถานะเดิม
สำหรับขั้นตอนต่อไป จะนำข้อเสนอแนะและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ มาประสานการดำเนินงานร่วมกับ สคทช. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว
#MNRE #ทส #ทับลาน
















