ทส. ร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติ พร้อมเห็นชอบท่าทีไทย มอบ “สุชาติ” นำคณะผู้แทนไทยร่วมประชุมมรดกโลก ครั้งที่ 48 ผลักดัน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานการประชุม พร้อมด้วยนายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบ Video Conference
ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญและมีมติเห็นชอบแนวทางกำหนดท่าทีของราชอาณาจักรไทย รวมทั้งเห็นชอบองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส เป็นรองหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมครั้งดังกล่าว คือ การเสนอขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อด้านจิตวิญญาณ อีกทั้งยังเป็นหลักฐานสำคัญของอิทธิพลและการผสมผสานรูปแบบศิลปกรรมทางศาสนาที่ผสมผสานที่ถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทรยาวนานกว่า 1,500 ปี ตลอดจนเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หากได้รับการขึ้นทะเบียน จะนับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดส่ง (ร่าง) เอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment, PA) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ต่อศูนย์มรดกโลกเพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อเอกสารนำเสนอฯ โดยการจัดส่งเอกสารดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการในขั้นแรกของการจัดทำเอกสารนำเสนอเพื่อขอรับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลก (Nomination Dossiers) ตามแนวทางการนำเสนอแหล่งมรดกโลก เพื่อให้องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เข้ามามีส่วนร่วมและแนะนำแนวทางในการจัดทำเอกสารนำเสนอให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ และพร้อมต่อการนำเสนอเป็นแหล่งมรดกโลกต่อไป
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก รวมถึงรับทราบความก้าวหน้าการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง ได้แก่ (1) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช (2) อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา และ (3) พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ตลอดจนรับทราบผลการดำเนินงานด้านการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกทางธรรมชาติของประเทศไทยเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ประสานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เพื่อทบทวนแหล่งมรดกในบัญชีรายชื่อของไทย
















