กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“สุชาติ” เผย UNESCO ยืนยันไม่มีแหล่งมรดกโลกไทยอยู่ในภาวะอันตราย ลุ้นอีก 3 วัน “วัดพระมหาธาตุฯ” ก้าวสู่มรดกโลกแห่งใหม่

“สุชาติ” เผย UNESCO ยืนยันไม่มีแหล่งมรดกโลกไทยอยู่ในภาวะอันตราย ลุ้นอีก 3 วัน “วัดพระมหาธาตุฯ” ก้าวสู่มรดกโลกแห่งใหม่

 “สุชาติ” เผย UNESCO ยืนยันไม่มีแหล่งมรดกโลกไทยอยู่ในภาวะอันตราย ลุ้นอีก 3 วัน “วัดพระมหาธาตุฯ” ก้าวสู่มรดกโลกแห่งใหม่

🔸นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ไทยรักษามาตรฐานการอนุรักษ์มรดกโลก UNESCO ยืนยันไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย โดยในระหว่างวันที่ 21–22 กรกฎาคม 2569 ผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย เนื่องจากไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยแห่งใดถูกเสนอให้บรรจุใน บัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (List of World Heritage in Danger) ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยที่เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก
พร้อมระบุว่า อีก 3 วันข้างหน้า ประเทศไทยยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการลุ้นผลการพิจารณาการขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ ซึ่งนับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังจะสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ โดยรัฐบาลและทุกหน่วยงานได้เตรียมข้อมูลและทำงานร่วมกับ UNESCO อย่างเต็มที่

🔸ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การที่ประเทศไทยไม่มีแหล่งมรดกโลกถูกเสนอเข้าสู่บัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย เป็นผลจากการดำเนินงานภายใต้นโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งยกระดับการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในการติดตามและบริหารจัดการพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก และเป็นกำลังใจสำคัญในการผลักดันแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยต่อไป

🔸ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของประเทศไทย ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันมาตรการบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อธำรงรักษา คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ของแหล่งมรดกโลกให้คงอยู่สืบไป

🔸ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ได้มีการพิจารณาวาระที่ 7A เรื่อง รายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (State of Conservation of World Heritage Properties Inscribed on the List of World Heritage in Danger) ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ใช้ติดตามสถานภาพของแหล่งมรดกโลกทั่วโลกที่กำลังเผชิญภัยคุกคาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล อันเป็นหัวใจสำคัญของการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

🔸ผลการประชุมครั้งนี้นับเป็นข่าวดีของประเทศไทย เนื่องจากไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยถูกเสนอชื่อให้บรรจุในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการติดตามสถานภาพแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย ยังคงเป็นไปตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และสามารถรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

🔸อย่างไรก็ตาม การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกไม่ได้หมายความว่าภารกิจจะสิ้นสุดลง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบในการดูแลรักษาแหล่งมรดกโลกในระยะยาว โดยรัฐภาคีและหน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม การบริหารจัดการการท่องเที่ยว การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการติดตามและรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ให้คงอยู่

🔸หากรัฐภาคีไม่สามารถบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกได้อย่างเหมาะสม หรือปล่อยให้คุณค่าของแหล่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คณะกรรมการมรดกโลกอาจพิจารณาบรรจุแหล่งดังกล่าวไว้ในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจนส่งผลให้คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลสูญเสียไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้ คณะกรรมการมรดกโลกสามารถพิจารณาถอดถอนแหล่งนั้นออกจากบัญชีมรดกโลกได้

🔸ที่ผ่านมา มีตัวอย่างแหล่งมรดกโลกที่ถูกถอดถอนออกจากบัญชีมรดกโลก ได้แก่ Dresden Elbe Valley ประเทศเยอรมนี ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ. 2552 จากการก่อสร้างสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของหุบเขา ส่งผลให้ความสมบูรณ์และคุณค่าของภูมิทัศน์ดั้งเดิมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และ Liverpool – Maritime Mercantile City ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ. 2564 เนื่องจากการพัฒนาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่บริเวณริมน้ำ รวมถึงสนามฟุตบอลแห่งใหม่ ส่งผลกระทบต่อความเป็นของแท้และความสมบูรณ์ของแหล่งมรดกโลก

#MNRE #ทส #มรดกโลก #มรดกโลกทางวัฒนธรรม  #ประเทศไทย #CulturalWorldHeritage #มรดกโลกทางธรรมชาติ #NaturalWorldHeritage #มรดกโลกแบบผสมระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติ #MixedCulturalandNaturalWorldHeritage #สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แกลเลอรี่