กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“รมว.สุชาติ” ลุยจันทบุรี เร่งแก้ “น้ำ–ช้างป่า–ที่ดินทำกิน” ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”

“รมว.สุชาติ” ลุยจันทบุรี เร่งแก้ “น้ำ–ช้างป่า–ที่ดินทำกิน” ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”

“รมว.สุชาติ” ลุยจันทบุรี เร่งแก้ “น้ำ–ช้างป่า–ที่ดินทำกิน” ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า
เดินหน้าสร้างสมดุล “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง โดยเน้นติดตาม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ และปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งล้วนกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ย้ำรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลให้ “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ และป่าอยู่รอด” โอกาสนี้
นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะ เรื่องน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ จึงมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่อำเภอสอยดาว โดยเฉพาะตำบลปะตงและตำบลทรายขาว พร้อมติดตามความคืบหน้า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลาย ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลาย มีพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนประมาณ 402 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมชลประทาน ได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และประชาชนแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการเพิกถอนพื้นที่บางส่วน เพื่อเดินหน้าสู่ขั้นตอนดำเนินโครงการต่อไป

“เรื่องน้ำ เราต้องทำให้ประชาชนมีน้ำใช้ มีน้ำทำการเกษตร และมีความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว การแก้ปัญหาต้องเดินหน้าให้เร็ว แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบต่อผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป” นายสุชาติ กล่าว

ด้านปัญหาช้างป่า นายสุชาติ เดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์และระบบเฝ้าระวังช้างป่า รวมทั้งมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงกำชับให้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน โดยเฉพาะการสื่อสารกับประชาชนต้องรวดเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการและผลักดันช้างป่ากลับเข้าสู่พื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างทันท่วงที พร้อมนำเทคโนโลยี ระบบเฝ้าระวัง และความร่วมมือจากชุมชนมาใช้ในการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ

“ประชาชนต้องปลอดภัย แต่เราก็ต้องรักษาช้างและผืนป่าไปพร้อมกัน เราจะใช้ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ เทคโนโลยี ระบบเฝ้าระวัง และความร่วมมือจากชุมชน เพื่อลดความสูญเสียและทำให้คนกับสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย” นายสุชาติ กล่าว

ปัจจุบันพื้นที่อำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน มีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) จำนวน 7 เครือข่าย และเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์อีก 12 เครือข่าย ทำหน้าที่เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และสนับสนุนภารกิจผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่พื้นที่อนุรักษ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ส่วนปัญหาที่ดินทำกิน นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกินที่มั่นคง ขณะเดียวกันต้องไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับพื้นที่อำเภอสอยดาว มีการสำรวจการครอบครองที่ดินและกำหนดแนวเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ครอบคลุมราษฎร 27 หมู่บ้าน สำรวจแล้วกว่า 3,000 ราย จำนวนกว่า  5,000 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 80,000 ไร่ โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินแล้ว 1 หมู่บ้าน คือ บ้านคลองพอก หมู่ที่ 8 ตำบลทับช้าง มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและได้รับการบริหารจัดการพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยหรือทำกินแล้ว 445 ราย จำนวน 671 แปลง เนื้อที่รวมประมาณกว่า 5,000 ไร่

นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาของประชาชนต้องไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องวางระบบให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว มีน้ำ มีที่ทำกิน และมีความปลอดภัย ขณะเดียวกันผืนป่าและสัตว์ป่าต้องได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน

“เราต้องหาจุดสมดุลให้ได้ คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ และป่าอยู่รอด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมทำงานร่วมกับประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น และทุกหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลจริง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว

แกลเลอรี่