“รองปลัดประเสริฐ” นำไทยร่วมประชุมอาวุโสอาเซียน–คู่เจรจา เดินหน้าความร่วมมือสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค
วันนี้ (12 สิงหาคม 2569) นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมกับคู่เจรจา ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุมชั้น 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งมีการประชุมสำคัญ 3 รายการ ดังนี้
1. การประชุมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียน–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 20 (20th ASEAN-Japan Dialogue on Environmental Cooperation) ที่ประชุมได้ทบทวนความคืบหน้าการดำเนินโครงการเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของอาเซียน (Strategic Program for ASEAN Environment and Climate: SPACE) พร้อมรับทราบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของอาเซียน (ACCSAP) การจัดการขยะพลาสติกในทะเล และการส่งเสริมความเป็นผู้นำของเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงโครงการริเริ่มในอนาคต โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพระดับภูมิภาคในการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียและความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าแบบบูรณาการในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตลอดจนการจัดการขยะและการหมุนเวียนของเสียให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. การประชุมด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 6 (6th ASEAN-ROK Dialogue on Environment and Climate Change) ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประเทศผู้ประสานงาน (coordinating country) ทำหน้าที่ co-chair ร่วมกับสาธารณรัฐเกาหลี โดยที่ประชุมได้ทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมเน้นย้ำการขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในประเด็นสำคัญระดับภูมิภาค อาทิ
โครงการอากาศสะอาดเพื่อความยั่งยืนของอาเซียน (CASA) และโครงการจัดการขยะมูลฝอยแบบบูรณาการ (IMSWM) รวมถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องด้านป่าไม้ ผ่านโครงการ AFoCO และ REDD+ โครงการการลดก๊าซมีเทน (AKCMM) และการพัฒนาศูนย์อาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ACCC) ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านความร่วมมือทางเทคนิควิชาการ การเสริมสร้างศักยภาพ และการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
3. การประชุมระดับสูงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาเซียน–สหภาพยุโรป ครั้งที่ 8 (8th ASEAN-EU High Level Dialogue (HLD) on Environment and Climate Change) โดย
สหภาพยุโรปได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากความสำเร็จของการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน–สหภาพยุโรปว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 และถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการน้ำ มลพิษจากพลาสติกและเศรษฐกิจหมุนเวียน การบรรเทาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม โดยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศถือเป็นความจำเป็นทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน ความเจริญรุ่งเรือง และความยืดหยุ่นของสังคม ผ่านการแลกเปลี่ยนนโยบาย โครงการริเริ่มร่วมกัน การเสริมสร้างศักยภาพ และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้เสนอประเด็นความร่วมมือสำคัญในร่างแผนงานความร่วมมืออาเซียน–สหภาพยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปี พ.ศ. 2026–2027 อาทิ เศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย ผ่าน ASEAN Circular Economy Forum และโครงการ WasteNet การจัดการการขนส่งของเสียที่ผิดกฎหมาย การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ธรรมชาติผ่านโครงการและความช่วยเหลือทางวิชาการ ตลอดจนการพัฒนานโยบายและบทบาทของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึง ASEAN Joint Statement for COP31 และ ASEAN Pavilion
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการกำหนดราคาคาร์บอน การปรับตัวและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการจัดการความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของอาเซียนให้มีความเข้มแข็งและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
















