ทส. จับมือไทยคม ใช้ดาวเทียม–AI ยกระดับการปกป้องป่า เฝ้าระวังสัตว์ป่า–ภัยพิบัติ
วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.ปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศ ระบบสื่อสารดาวเทียม สารสนเทศภูมิศาสตร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรมจากอวกาศ” เพื่อขับเคลื่อนการทำงานสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของภาครัฐ เสริมความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่และประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อน New Space Economy ของประเทศไทย โดยมีกรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี
ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนภารกิจของกระทรวงฯ ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าและพื้นที่ห่างไกลที่บางแห่งมีข้อจำกัดด้านสัญญาณการสื่อสาร เทคโนโลยีดาวเทียมจึงจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า ทั้งกรณีช้างป่าออกนอกพื้นที่และสัตว์ป่าชนิดอื่นที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การทำงานเชิงป้องกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความร่วมมือกับไทยคมจะช่วยพัฒนาเครื่องมือสื่อสารและระบบข้อมูลที่สามารถใช้งานได้แม้อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูลสัตว์ป่า เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการติดตาม เฝ้าระวัง และแจ้งเตือน ทั้งนี้ เราต้องการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุไปสู่การป้องกันให้มากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับฐานข้อมูลสัตว์ป่า จะช่วยระบุและติดตามสัตว์แต่ละตัวจากลักษณะเฉพาะได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายอาสาสมัครและเครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์ป่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนและการปฏิบัติงานเชิงป้องกัน
ด้าน ดร.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า ไทยคมมีความยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอวกาศ ข้อมูลจากดาวเทียม และ AI มาประยุกต์ใช้กับภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการแหล่งน้ำ การติดตามและเฝ้าระวังสัตว์ป่า การบริหารจัดการพื้นที่ และการติดตามคุณภาพอากาศ โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การคาดการณ์ และการป้องกันปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการดำเนินงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมนำระบบ Internet of Things (IoT) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ขั้นสูง (GEOINT) มาประยุกต์ใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า อาทิ การติดตามพฤติกรรมช้างป่าเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง การติดตามสัตว์ทะเลหายาก เช่น พะยูนในพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงการตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) การคาดการณ์และเฝ้าระวังไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และการบุกรุกพื้นที่ป่า
ขณะที่ไทยคมจะสนับสนุนการนำเทคโนโลยีอวกาศและข้อมูลจากดาวเทียมมาบูรณาการร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง รับมือไฟป่าและหมอกควัน ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันท่วงที
















