"ปลัด ทส". เป็นประธานการประชุม กอช. ครั้งที่ 3/2569 รับรอง 17 พื้นที่ OECMs พร้อมผลักดันกรอบท่าทีไทยร่วมเวที CBD COP 17 มุ่งขับเคลื่อนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 อาคารทิพย์โก้ 2
โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณาและมีมติรับรองพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ของประเทศไทย จำนวน 17 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ป่านันทนาการ จำนวน 5 แห่ง พื้นที่ป่าชุมชนในจังหวัดตาก จำนวน 9 แห่ง พื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นที่สถานีวิจัยวังน้ำเขียว และพื้นที่โครงการผลิตปิโตรเลียม รวม 3 แห่ง รวมไปถึงเห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาของประเทศไทย (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนและ (ร่าง) องค์ประกอบคณะผู้แทนไทย สำหรับการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 17 (CBD COP 17) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ตลอดจนเห็นชอบ (ร่าง) กรอบการพิจารณารับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการติดตามประเมินผลเเผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 (ระยะครึ่งแผน) รายงานผลการติดตามการอนุญาตให้เข้าถึงทรัพยากรชีวภาพในประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568 และแผนปฏิบัติการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ปี พ.ศ. 2569–2570 และทิศทางการพัฒนาในช่วงปี พ.ศ. 2571–2575 ของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนต่อไป
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนพื้นที่ OECMs มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยสร้างแนวเชื่อมโยงทางนิเวศที่เอื้อให้สัตว์ป่าและพรรณพืชสามารถรักษาสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานและเป้าหมายระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
















