ทส. ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งบูรณาการแก้ไขผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ มุ่งดูแลประชาชนอย่างเป็นธรรม
วันนี้ (7 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐและปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 123 ชั้น 2 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting)
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานอนุกรรมการ และมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการ เพื่อบูรณาการการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐอย่างเป็นระบบ
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการพิจารณาและติดตามประเด็นสำคัญ อาทิ การรับรองมติของคณะอนุกรรมการชุดเดิมในกรณีผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง จังหวัดอุบลราชธานี อ่างเก็บน้ำแม่มอกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง และฝายลำเซบก จังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงการพิจารณารายชื่อและทรัพย์สินของผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุตรดิตถ์
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแนวทางแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ โครงการแก้มลิงบ้านทุ่งทับใน จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการอ่างเก็บน้ำแม่มอกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง โครงการก่อสร้างฝายลำเซบก จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มเกษตรกรบ้านห้วยน้ำหิน จังหวัดน่าน และคณะทำงานศึกษาผลกระทบจากโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม–อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐเป็นไปอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และคำนึงถึงสิทธิและความเป็นธรรมของประชาชน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
















