กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน

ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน

ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน
ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน

วันนี้ (10 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะ ในโอกาสเยี่ยมชมการปฏิบัติงานด้านการควบคุมไฟป่า การบัญชาการสั่งการ และการใช้อากาศยานสนับสนุนการควบคุมไฟป่า ณ ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีด้านการควบคุมไฟป่าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว อีกทั้งยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางอากาศข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ให้การรับมือปัญหามีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ คณะผู้แทน สปป.ลาว ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและกลไกการทำงานของคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งในระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การสั่งการผ่านศูนย์ปฏิบัติการในระดับภาคและจังหวัด การใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง เพื่อลดความรุนแรงของไฟป่าและการเกิดฝุ่นละออง PM2.5 ตลอดจนการติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือน เพื่อสนับสนุนการสั่งการและควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติระหว่างไทย–สปป.ลาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอนุสัญญา CITES อย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น คณะผู้แทนได้ชมการสาธิตการปฏิบัติงานดับไฟป่าเสมือนจริง โดยจำลองการบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ ตั้งแต่การสั่งการ การส่งกำลังสนับสนุน ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานภาคสนาม อาทิ การใช้โดรนขนส่งสำหรับลำเลียงเครื่องเป่าลมให้แก่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า รวมถึงการใช้อากาศยานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า ส่วนควบคุมไฟป่า และศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน ทส. ซึ่งสะท้อนการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนาม

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไม่มีเส้นเขตแดน การแก้ไขจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หลักสูตรการฝึกอบรม เทคโนโลยีสำหรับติดตามจุดความร้อน และแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงร่วมกับ สปป.ลาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน

ด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงข้อมูลสัดส่วนฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ปัจจัยที่ทำให้จำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้น และแนวทางลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า พร้อมทั้งกล่าวถึงการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกันระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ขณะเดียวกัน ไทยและ สปป.ลาว อยู่ระหว่างการพัฒนา Application Airport4Mekong เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ระหว่างสองประเทศ โดยขณะนี้ สปป.ลาว ได้ติดตั้ง War Room แล้ว 4 แห่ง ในแขวงบ่อแก้ว ไซยะบูลี หลวงน้ำทา และเวียงจันทน์ เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์จุดความร้อน ระบุตำแหน่ง และประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงใช้ประกอบการวางแผนและสั่งการปฏิบัติงาน โดยนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแบบจำลองมาช่วยประเมินสถานการณ์และสื่อสารกับส่วนปฏิบัติการ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็น การติดตั้ง War Room เพิ่มเติมจะเป็นความร่วมมือที่สามารถพัฒนาต่อไปในอนาคต

รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป.ลาว กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนด้านวิชาการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า สปป.ลาว กำลังประสบปัญหาฝุ่นละอองเช่นเดียวกัน และมีแนวคิดที่จะกำหนดให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ โดยไทยและ สปป.ลาว มีความร่วมมือกันภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฟ้าใสและบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ได้ลงนามร่วมกัน ทั้งนี้ สปป.ลาว จะนำบทเรียนจากประเทศไทยไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนากลไกการดับไฟ การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของชุมชน ตลอดจนการกำหนดกฎระเบียบและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศ

แกลเลอรี่