กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“ปลัด ทส.” มอบสมุดประจำตัวดิจิทัล แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและทำกินชาวลับแล เดินหน้าสร้างสมดุลคนกับป่า

“ปลัด ทส.” มอบสมุดประจำตัวดิจิทัล แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและทำกินชาวลับแล เดินหน้าสร้างสมดุลคนกับป่า

“ปลัด ทส.” มอบสมุดประจำตัวดิจิทัล แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและทำกินชาวลับแล เดินหน้าสร้างสมดุลคนกับป่า

วันนี้ (12 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้านโยบายแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า โดยมอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัลให้แก่ราษฎรผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้บริหาร ทส. นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม ณ อาคารหอประชุมตลาดกลางผลไม้ OTOP ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชน โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงฯ ได้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่าไม้ถาวรและพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ มีประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน รวม 682 ราย 842 แปลง เนื้อที่ 4,932 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร 370 ราย 496 แปลง เนื้อที่ 2,054 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้านในตำบลแม่พูล ได้แก่ บ้านนอกด่าน หมู่ที่ 4 บ้านผามูบ หมู่ที่ 7 และบ้านมหาราช หมู่ที่ 11 และพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ 312 ราย 346 แปลง เนื้อที่ 2,878 ไร่ โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพและการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัลในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่ป่าไม้ถาวร สะท้อนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลการรับรองการอยู่อาศัยทำกินได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับรองการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน โดยกระทรวงฯ มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม เพื่อรักษาผืนป่าให้เป็นฐานทรัพยากรจของชุมชนและประเทศ และนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือ “คนอยู่ร่วมกับป่า” อย่างสมดุลและยั่งยืน

แกลเลอรี่