ทส. ไฟเขียว “เขาสมโภชน์” จ.ลพบุรี ขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งที่ 29 เดินหน้าพัฒนาเชิงบูรณาการ สู่การอนุรักษ์–วิจัย–ท่องเที่ยว–ประโยชน์ชุมชนอย่างยั่งยืน
วันนี้ (15 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ พร้อมด้วยกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ Video Conference
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนพัฒนาเชิงบูรณาการพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) เพื่อกำหนดทิศทางการดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม โดยวางแนวทางการพัฒนาไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์ การศึกษาวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 48.4 ตารางวา เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน แห่งที่ 29 ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกรมทรัพยากรธรณี เรื่อง แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน แหล่งที่ 29 แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) พร้อมแผนที่ท้ายประกาศ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
การขึ้นทะเบียน “เขาสมโภชน์” เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งที่ 29 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการคุ้มครองมรดกทางธรณีวิทยาของประเทศในการวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งศึกษา วิจัย และเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการรักษาคุณค่าของแหล่งซากดึกดำบรรพ์ให้คงอยู่ควบคู่กับการสร้างโอกาสและประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
















