กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“สุชาติ” สรุปผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจไทย สู่ความถูกต้องตามกฎหมาย ยั่งยืน และเชื่อมโยงตลาดโลก

“สุชาติ” สรุปผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจไทย สู่ความถูกต้องตามกฎหมาย ยั่งยืน และเชื่อมโยงตลาดโลก

“สุชาติ” สรุปผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจไทย สู่ความถูกต้องตามกฎหมาย ยั่งยืน และเชื่อมโยงตลาดโลก

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ระหว่างวันที่ 22–23 กันยายน 2569 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า เวที GLSTF 2026 เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมไม้โลก และร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ให้มีความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น และยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Innovation and Transformation – Pursuing Avenues for Resilient and Sustainable Global Timber Industries”

รมว.ทส. กล่าวว่า ผลจากการประชุมสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมไม้โลกที่ต้องให้ความสำคัญกับ “ไม้ถูกกฎหมาย ความยั่งยืน ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับ” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดการทรัพยากร การปลูกไม้ การแปรรูป การค้า ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ไม้ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยที่ประชุมได้เผยแพร่ Action Framework 2026 for Promoting Legal and Sustainable Timber Supply Chains ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานครอบคลุมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การอำนวยความสะดวกทางการค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรม การตรวจสอบย้อนกลับ ตลาด การเงินและการลงทุน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ไม้ โดยมีการนำเสนอ Blockchain-based Timber Traceability System–Trading Platform (BTTS-TP) สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับและเชื่อมโยงการค้าไม้ รวมถึงการพัฒนา Global Timber Index (GTI) ให้มีดัชนีราคาผลิตภัณฑ์ไม้ เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านตลาดและการตัดสินใจของภาคธุรกิจ ตลอดจนการจัดตั้ง Global Timber Association Network (GTAN) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมไม้จากประเทศต่าง ๆ

สำหรับประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะนำองค์ความรู้และแนวทางจากเวที GLSTF 2026 มาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ไม้ที่ปลูกสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้มีแหล่งที่มาที่ถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎกระทรวงและปรับปรุงบัญชีพันธุ์ไม้ตามกฎหมายว่าด้วยสวนป่าโดยเพิ่มชนิดพันธุ์ไม้ที่สามารถขึ้นทะเบียนสวนป่าจากเดิม 58 ชนิด เป็น 211 ชนิด เพื่อปลดล็อกให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมสามารถปลูก ตัด และซื้อขายไม้ได้อย่างถูกกฎหมายง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้วประเทศไทยยังมีการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าของไม้ เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงสายพันธุ์การจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ไม้โครงสร้าง และพลังงานชีวภาพ มีการพัฒนาระบบรับรองไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สนับสนุนการรับรองการจัดการไม้ตามมาตรฐานสากล และมีการจัดทำเกณฑ์และตัวชี้วัดการจัดการป่าไม้และป่าชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนระบบรับรองตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ไม้จากไทยสามารถตรวจสอบที่มาได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แนวทางการขับเคลื่อนจะให้ความสำคัญกับการพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำมุ่งส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด กลางน้ำส่งเสริมการแปรรูปและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าของไม้ ส่วนปลายน้ำมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ที่มีมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงตลาด และสร้างโอกาสทางการค้าให้กับเกษตรกร ชุมชน และภาคเอกชน

ขณะเดียวกัน ทส. จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูล การตรวจสอบแหล่งที่มาของไม้ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการปลูก การใช้ประโยชน์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจ โดยยังคงรักษาหลักการสำคัญด้านการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาไม้เศรษฐกิจให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว รัฐบาลจึงมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย ทส. จะเดินหน้าส่งเสริมไม้เศรษฐกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ และสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและตลาดโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้และสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว

รมว.ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วม GLSTF 2026 ไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างประเทศ แต่เป็นโอกาสในการนำแนวคิด เทคโนโลยี และรูปแบบความร่วมมือใหม่ ๆ มาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย โดยเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนา “ไม้เศรษฐกิจจากแหล่งปลูก สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและตลาดโลก” ให้เกิดขึ้นควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างรายได้ให้ประชาชน และการรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดความสมดุลในระยะยาว

แกลเลอรี่