ปลัด ทส. ร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญ พร้อมผลักดัน “พรุคันธุลี” ขึ้นทะเบียน Ramsar Site ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ
วันนี้ (24 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศ ให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จำนวน 7 โครงการสำคัญ ครอบคลุมด้านคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ และสาธารณสุข เพื่อให้การพัฒนาโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และประชาชนในพื้นที่นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำ “พรุคันธุลี” ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) เพื่อยกระดับการคุ้มครองและอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีคุณค่าด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติ โดยก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการประสานและขับเคลื่อนการเสนอขึ้นทะเบียนร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินให้มีความเหมาะสม ตลอดจนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสตอกโฮล์ม และการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน
















