กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“รมว.สุชาติ” มอบรองปลัด ทส. รับหนังสือคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำไม่นำป่าสมบูรณ์มาสร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมรับฟังทุกความเห็นประชาชน

“รมว.สุชาติ” มอบรองปลัด ทส. รับหนังสือคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำไม่นำป่าสมบูรณ์มาสร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมรับฟังทุกความเห็นประชาชน

“รมว.สุชาติ” มอบรองปลัด ทส. รับหนังสือคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำไม่นำป่าสมบูรณ์มาสร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมรับฟังทุกความเห็นประชาชน

วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี จากมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ นายสมภพ ศิริสว่าง ประธานมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมประชาชนจำนวน 25 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยนายนิพนธ์ฯ ได้ร่วมพูดคุยและรับฟังข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อกังวลของประธานมูลนิธิฯ และประชาชนที่มาร่วมยื่นหนังสือในครั้งนี้

นายนิพนธ์ฯ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้กระทรวงฯ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกฝ่าย โดยให้รับหนังสือคัดค้านไว้ทุกฉบับ และนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี นายนิพนธ์ฯ ชี้แจงว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นการอนุมัติหลักการตามที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ โดยมติดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขสำคัญให้ใช้พื้นที่เท่าที่จำเป็น และการดำเนินโครงการจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จะต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้ทรงคุณวุฒิส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอกที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 17 คน ทั้งนี้ ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 การวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการเพิกถอนหรือปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์

นายนิพนธ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝากถึงมูลนิธิฯ และประชาชนที่เดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้ว่า ในส่วนของความเห็นส่วนตัว รัฐมนตรีฯ ไม่เห็นด้วยกับการนำพื้นที่ป่าสมบูรณ์มาดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยการพิจารณาและดำเนินโครงการจะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า ควบคู่ไปกับการดูแลและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

ต่อมา เวลา 15.00 น. ภายหลังมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทยและประชาชนได้ยื่นหนังสือคัดค้าน พร้อมรับฟังคำชี้แจงจากรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว จึงได้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

แกลเลอรี่