“รองปลัด ทส. ประเสริฐ” กำชับ สป.ทส. เร่งขับเคลื่อนการใช้งบปี 70 จัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จไตรมาส 1 ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร มุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ประชาชน
วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) เวลา 11.00 น. นายประเสริฐ สิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานส่วนกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือภาพรวมงบประมาณรายจ่าย มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายภาครัฐ ตลอดจนแนวทางบูรณาการการทำงานของหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
โอกาสนี้ นายประเสริฐ รองปลัด ทส. ได้มอบแนวทางการบริหารงบประมาณปี 2570 โดยกำชับทุกหน่วยเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย ลดความล่าช้า และเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้รัดกุม รองรับการดำเนินงานตลอดปี และลดปัญหาการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณโดยไม่มีแผนรองรับ พร้อมกันนี้ ได้ให้กำลังใจบุคลากร สป.ทส. พร้อมเปิดรับข้อเสนอและแนวคิดใหม่ ๆ จากทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือการปรับโครงสร้างภายในและการกระจายบุคลากรให้สอดคล้องกับภาระงาน รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดที่มีความท้าทายและสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมสู่การพิจารณารางวัลองค์กรดีเด่น โดยที่ประชุมกำชับให้คำสั่งและการแต่งตั้งคณะกรรมการของหน่วยงานผ่านการตรวจสอบจากกองกฎหมาย เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบและลดความเสี่ยงด้านข้อพิพาททางกฎหมาย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความถูกต้อง เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการรายงานข้อมูลต่อผู้บริหารได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการยกระดับระบบติดตามและประเมินผลโครงการ (e-Project) ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ควบคู่กับการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาปรับลดรายจ่ายให้สอดคล้องกับภาระงานและสถานการณ์ ทั้งนี้ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
















