“รมว.สุชาติ” เผย กรมธรณี รายงานเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี จริง
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวและประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)
นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี มอบหมายให้กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ โดย นางสาวพรรณิภา แซ่เทียน
นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรีกฤษณะ สุดชา นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 เข้าตรวจสอบตามข้อสั่งการอย่างเร่งด่วน โดยมี นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) พร้อมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนางสาวกุลวดี สมัครไทย หัวหน้าอุทยานประวิติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสิ่งที่ควรเชื่อว่าเป็นซากดึกดําบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์ตามที่เป็นข่าวจากกลุ่มใน Facebook "นี่คือตัวอะไร" และค้นพบโดยนายพิชัย ประเทศเสนา บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ผลการตรวจสอบพบซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง จำนวน 1 แนวทางเดิน ประกอบด้วยรอยตีน 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 120 ล้านปีก่อน) รอยตีนมีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 ซม. กว้าง 26 ซม. การวิเคราะห์ขนาดลำตัวประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 ม. และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 ม. ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป
















