ทส. ผนึก มก. ยกระดับความร่วมมือด้านสัตวแพทย์–ประมง มุ่งช่วยเหลือและอนุรักษ์พะยูน–
สัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน
วันนี้ (21 ตุลาคม 2569) เวลา 13.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านสัตวแพทย์ ประมง เพื่อการอนุรักษ์และช่วยเหลือพะยูนและสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยั่งยืน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์
ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม พร้อมด้วยพลเรือโท อโศก ศรีสวัสดิ์ เลขานุการคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้บริหารจากคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการภารกิจระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา โดยน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
ซึ่งทรงให้ความสำคัญและทรงห่วงใยต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะการช่วยเหลือและอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสมบูรณ์และความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล ทั้งนี้ สัตว์ทะเลหายาก อาทิ พะยูน เต่าทะเล โลมา วาฬ และปลากระดูกอ่อนบางชนิด ยังคงเผชิญภัยคุกคามจากการประมง การเดินเรือ มลพิษ ขยะทะเล โรค การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม และการเสื่อมโทรมของถิ่นอาศัย จึงจำเป็นต้องนำองค์ความรู้และหลักวิชาการด้านสัตวแพทย์และประมงมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ ลดภัยคุกคาม และยกระดับการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงภารกิจด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของ ทส. เข้ากับองค์ความรู้ บุคลากร ห้องปฏิบัติการ และศักยภาพด้านสัตวแพทย์และประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกรอบการดำเนินงานสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนาระบบช่วยเหลือ ตรวจวินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู และชันสูตรสัตว์ทะเลหายาก 2. การเฝ้าระวังสุขภาพ โรค และภัยคุกคาม พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลและระบบประเมินความเสี่ยง 3. การอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล โดยเชื่อมโยงสุขภาพสัตว์กับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและถิ่นอาศัย 4. การพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมผ่านพื้นที่ต้นแบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่จริง และ 5. การพัฒนาบุคลากร มาตรฐานการปฏิบัติงาน และเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
การลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงในครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริง ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ เพื่อให้การช่วยเหลือ รักษา ฟื้นฟู และเฝ้าระวังสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายผลแนวทางการอนุรักษ์ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การคุ้มครองพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก ควบคู่กับการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
















