รมว.ทส. มอบปลัด ทส. นำคณะผู้แทนไทยร่วมประชุมระดับสูง CBD COP17 ผลักดันการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพในเวทีโลก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 17 (CBD COP17) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 30 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเยเรวาน สาธารณรัฐอาร์เมเนียโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจาก 196 ประเทศ จำนวนกว่า 15,000 คน
วันนี้ (25 ตุลาคม 2569) ดร.รวีวรรณ ปลัด ทส. พร้อมด้วยนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นายธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และคณะผู้บริหาร พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของประเทศไทย ณ Meridian Exhibition Center โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)ซึ่งนำเสนอผลงานและความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming–Montreal Global Biodiversity Framework: KM-GBF) รวมทั้งได้เยี่ยมชมบูทนิทรรศการของประเทศอื่น ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งมีตัวอย่างการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ที่สามารถนำมาปรับใช้ในประเทศไทยได้
ในโอกาสนี้ ปลัด ทส. ได้เป็นประธานการประชุมคณะผู้แทนไทย ณ ASEAN Pavillion เพื่อติดตามและรับฟังความก้าวหน้าของการประชุมตลอดสัปดาห์แรก และเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมระดับสูง (High-Level Segment) ระหว่างวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการยกระดับความมุ่งมั่นทางนโยบายและผลักดันการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประชาคมโลกภายใต้กรอบงาน KM-GBFเนื่องจากการประชุมในครั้งนี้ มีวาระสำคัญเป็นการทบทวนความก้าวหน้าระดับโลก (Global Review) เพื่อประเมินการดำเนินงานของภาคีสมาชิกตามเป้าหมายของ KM-GBF ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านมาครึ่งทางแล้ว และจะได้ร่วมกันกำหนดแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานในช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงปีเป้าหมาย ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 โดยมีประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตา อาทิ การเพิ่มพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ร้อยละ 30 ภายใน ค.ศ. 2030การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม การเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับการขับเคลื่อนเป้าหมาย 2030 การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเป็นธรรม ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทของชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น เยาวชน และภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะการยกระดับการลงทุนจากภาคเอกชน ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นต้น
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ OECMs ทั้งทางบกและทางทะเล ตลอดจน การเตรียมการด้านการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเป็นธรรม (ABS) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญภายใต้ร่างพระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. .... ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
















