ทส. ผนึก คพ. – อบก. – AIS เปิดแพลตฟอร์มวัดผลจัดการ E-Waste ครั้งแรกของไทย มุ่งลดมลพิษ ดึงทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์
วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2569) เวลา 14.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS โดยมี ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. และนางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS ร่วมลงนาม ภายใต้โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” พร้อมเปิดตัว E-Waste Calculator Platform แพลตฟอร์มคำนวณและประเมินผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและวัดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับการจัดการ E-Waste ของไทยสู่มาตรฐานสากล ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ตั้งแต่การรับคืน รวบรวม คัดแยก ไปจนถึงการรีไซเคิลหรือกำจัดตามหลักวิชาการ เนื่องจากหากทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปหรือจัดการไม่เหมาะสม อาจทำให้สารอันตรายปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน อีกทั้งยังสูญเสียโอกาสในการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ กระทรวงฯ อยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อให้เกิดระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ
ด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า คพ. ร่วมกับ AIS และ TGO พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการซากโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยนำเทคโนโลยีและเครือข่ายภาคีมาเพิ่มประสิทธิภาพการรับคืนและส่งต่อซากผลิตภัณฑ์ไปรีไซเคิลหรือกำจัดตามหลักวิชาการ พร้อมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขยายจุดรับคืนและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยแพลตฟอร์มจะช่วยติดตามปริมาณขยะที่รวบรวมและจัดการได้ เพื่อใช้วางแผนและขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ
ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO กล่าวว่า TGO ร่วมกับ AIS พัฒนาหลักเกณฑ์การคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS: Low Emission Support Scheme) เพื่อให้การประเมินผลมีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาวิธีการคำนวณ (Methodology) สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิต T-VER ในอนาคต
ขณะที่นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ภารกิจคิดเผื่อ” โดยร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้อมนำเทคโนโลยีมาพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรบันทึกข้อมูลและประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ E-Waste Calculator Platform เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรบันทึกประเภทและปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รวบรวมได้ พร้อมคำนวณผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถจัดทำและดาวน์โหลดรายงานในรูปแบบ PDF และ Excel เพื่อใช้ติดตามผล วางแผนการจัดการขยะ และจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน โดยข้อมูลจากองค์กรต่าง ๆ จะเชื่อมโยงเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และวางแผนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ หน่วยงานและองค์กรที่สนใจสามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/e-waste-calculator/overview
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 700,000 ตันต่อปี แต่มีสัดส่วนที่เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึงร้อยละ 1 ขณะที่โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ของ AIS มีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 280 องค์กร และจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ สามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์สะสมได้ 1,302,272 ชิ้น หรือประมาณ 130,700 กิโลกรัม ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง มุ่งลดมลพิษ ส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของประชาชน
















