กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ทส. จัดพิธีลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย

ทส. จัดพิธีลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย

ทส. จัดพิธีลงนามปฏิณญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ หน่วยงาน องค์กร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดพิธีลงนามความร่วมมือปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง หาดคึกคัก จ.พังงา

วันนี้ (20 ก.พ.62) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) เป็นประธานในพิธีลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ และนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวต้อนรับและกล่าวเจตนารมณ์ ในการนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัด ทส. รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ กองทัพเรือ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกว่า 11 แห่ง บริษัททีโอที จำกัด มหาชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กว่า 500 คน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง หาดคึกคัก จังหวัดพังงา

พลเอก สุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายประชารัฐ ซึ่งเน้นการพัฒนาประเทศโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตนได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จึงมีความมุ่งมั่นและได้นำนโยบายของนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และได้เห็นชอบยกระดับการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง และให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไปทำแผนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากพวกนี้ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

“ในวันนี้ถือเป็นความสำเร็จตามนโยบายประชารัฐที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกงานหนึ่ง ด้วยการร่วมลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูเต่าทะเล และแหล่งวางไข่ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเต่ามะเฟืองซึ่งอาจใกล้จะสูญพันธุ์ในอนาคตนั้น คงไม่มีวันสำเร็จได้ถ้าทำเฉพาะในส่วนของภาคราชการเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีภาคเอกชน ภาคจังหวัด ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน ขอเข้าร่วมลงนามในปฏิญญาครั้งนี้ด้วย” พลเอกสุรศักดิ์ กล่าว

ในการร่วมลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม ภาคเอกชน และประชนชนในเขตพื้นที่วางไข่เต่าทะเล ได้ร่วมลงมือทำและยกระดับมาตรฐานการจัดการไม่ให้กระทบต่อแหล่งวางไข่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง การที่ท้องถิ่นรวมทั้งภาคประชาชนได้เข้ามาร่วมในการอนุรักษ์เต่าทะเล และความพยายามคงไว้ซึ่งประเพณีเดินเต่าอันดีงามที่ได้สืบทอดกันมาจากอดีตในบริเวณนี้ ขณะเดียวกันภาครัฐอย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานในสังกัด ทส. ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องการเข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตอุทยาน รวมทั้งอนุรักษ์หาดทรายที่มีค่านี้ไว้ ทั้งหมดนี้เป็นความร่วมมือและดำเนินการนโยบายของรัฐบาลที่ตนอยากเห็น

“หวังว่าความพยายามที่เราช่วยกันยกระดับการอนุรักษ์เต่าทะเลให้เข้มข้นและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดพังงาและภูเก็ตไปสู่ระดับโลก ตามที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้วางยุทธศาสตร์ว่าจะส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผมเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันกับนานาประเทศว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่น้อยกว่าใคร” พลเอกสุรศักดิ์ กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญทั้งแนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลน รวมถึงสัตว์ทะเลและหายากและใกล้สูญพันธ์ เช่น วาฬ โลมา พะยูน และเต่าทะเล แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าระบบ นิเวศทางทะเลกำลังเสื่อมโทรมอย่างมาก จำนวนสัตว์ทะเลลดลงจนอยู่ในสถานะวิกฤต เนื่องจากถูกจับทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจจากการประมง การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย/และแหล่งวางไข่ ปัญหาความเสื่อมโทรม/ของคุณภาพน้ำทะเล รวมถึงปัญหาของขยะทะเล

รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้นำมาเป็นเครื่องมือในการทำงาน สร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ระหว่างภาคราชการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ภาคเอกชน/ ผู้ประกอบการโรงแรม ภาควิชาการ และองค์กรพัฒนาเอกชน ในพื้นที่ชายหาดจังหวัดพังงาและภูเก็ต ให้ร่วมกันอนุรักษ์แหล่งวางไข่เต่าทะเล โดยยึดหลักการการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสูญกลางของความร่วมมือในการอนุรักษ์

ภาพ: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ข่าวและเผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่