กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” Game Changer เพื่อการสร้างความั่งคั่งที่มั่นคง เป็นแนวทางเศรษฐกิจที่สร้างบน “จุดแข็งของประเทศ”ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์

“ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” Game Changer เพื่อการสร้างความั่งคั่งที่มั่นคง เป็นแนวทางเศรษฐกิจที่สร้างบน “จุดแข็งของประเทศ”ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์

“ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” Game Changer เพื่อการสร้างความั่งคั่งที่มั่นคง เป็นแนวทางเศรษฐกิจที่สร้างบน “จุดแข็งของประเทศ”ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์

สพภ. ประกาศกรอบความคิดในการใช้“ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชนหรือCommunity Biodiversity Bank หรือ Community BioBank”เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพจากความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นเจ้าของฐานทรัพยากร กำหนดเป้าหมายว่าภายใน 10 ปี จะเกิด “ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” ทั่งประเทศและนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์รวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชนในทุกตำบล ทั้งนี้เป็นการน้อมนำแนวทางการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (โครงการ อพ.สธ.) ที่ใช้ฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเครือข่ายศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นตำบล ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม" รวมทั้งแปลง “ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศที่มีอยู่ 2 ด้าน คือ
“ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” ให้เป็น “ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน”

โดยเน้นการสร้าง “ความเข้มแข็งจากภายใน” พร้อมกันนี้ ในมิติของโลก ได้กำหนดให้เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและสำคัญของโลก นอกจากนั้นยังมีการกำหนดให้เศรษฐกิจไหลเวียน (Circular Economy) เป็นหนึ่งในการพัฒนาที่มีความสำคัญควบคู่กัน โดยหัวใจสำคัญของ Circular Economy คือ Zero Waste

ดังนั้นทิศทางการพัฒนาเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพในระยะ 20 ปี จึงต้องหล่อหลอมเศรษฐกิจไหลเวียนเป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนด้วย
สำหรับการนำ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” มาสร้างความได้เปรียบในเชิงแข่งขันนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่น
เนื่องจากอยู่ติดกับฐานทรัพยากรและมีสถานะที่เป็นเจ้าของความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญา

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity based economy as a Conservation tool) และจะช่วยให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขัน

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. ได้ศึกษาทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพของโลกในปี 2050 คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน หากแต่ในปัจจุบัน แม้ประเทศไทยจะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ปัญหาที่พบ คือ “เราไม่ทราบว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพอะไร จำนวนเท่าใด อยู่ที่ไหน และใช้ประโยชน์อย่างไร” ซึ่งนั่นทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถนำความหลากหลายทางชีวภาพมาสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันได้ สพภ. จึงเร่งรัดดำเนินการ 4 เรื่องเพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันในเศรษฐกิจชีวภาพ คือ 
(1) สำรวจสถานะความหลากหลายทางชีวภาพของไทยว่ามีอะไรบ้าง มีจำนวนเท่าใด อยู่ที่ใด และใช้ประโยชน์อย่างไร 
(2) จัดทำระบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ 
(3) ศึกษาวิจัยกระบวนการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ และ 
(4) ชุมชนได้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 เรื่องจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม รวมทั้งจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ในการดำเนินงานดังกล่าว “ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” คือ กลไกคานงัด หรือ Game Changer สำคัญ

ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Community BioBank) หมายถึง แหล่งเก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชน ที่มีการดูแลรักษาและบริหารจัดการโดยชุมชนมีส่วนร่วม มีการดูแลรักษาให้คงมีชีวิตเพื่อการขยายพันธุ์ และเป็นแหล่งที่สามารถพัฒนาวิจัยความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพ เกิดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ชุมชน นำไปสู่การปกป้อง คุ้มครองและเกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

หากเปรียบเทียบกับธนาคารทางการเงิน Community Biobank ก็เสมือนธนาคารที่ทำหน้าที่รับฝากหรือดูแลทรัพย์สินชีวภาพของชุมชนและสามารถนำสิ่งที่ฝากดูแลนั้นออกมาใช้ หรือทำประโยชน์ได้โดยต้องได้รับการอนุญาตหรือเห็นชอบจากชุมชนร่วมกัน

โดยองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การความสำเร็จได้แก่

💢 องค์กรของชุมชน หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีภูมิลำเนาในเขตการปกครองตำบลเดียวกัน โดยจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งรองรับ
💢 องค์กรปกครองท้องถิ่น หมายถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานหรือพื้นที่เพื่อการเก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพในชุมชน
💢 สถาบันการศึกษา หน่วยงานทางวิชาการ หมายถึง มหาวิทยาลัย วิทยาลัย ที่ทำหน้าที่สนับสนุน ช่วยเหลือ ให้บริการความรู้ทางวิชาการต่อองค์กรของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น และดำเนินการจัดเก็บ สำรวจ บันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลความหลากหลายทรัพยากรชีวภาพ ตลอดจนการปลูกรักษาเพื่อการขยายพันธุ์และพัฒนาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน
 สถานที่เก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพ หมายถึง พื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่เอกชน ที่มีหนังสืออนุญาตและยินยอมการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างชัดเจนและตรงตามวัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน
1. เพื่อสนับสนุนการสำรวจ รวบรวม และบันทึกข้อมูลชนิดพันธุ์ทรัพยากรชีวภาพที่มีในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาสู่ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย
2. เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านการเก็บและจำแนกสายพันธุ์ทรัพยากรชีวภาพที่มีในท้องถิ่นจากผู้รู้และปราชญ์สู่ชุมชนและเยาวชนในพื้นที่
3. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ สร้างการรับรู้ในการดูแลรักษาทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม และการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานที่มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น
4. เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาสายพันธุ์ทรัพยากรชีวภาพให้คงมีชีวิตไว้และสามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้
5. เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดทำแผนพัฒนาการใช้ประโยชน์ความความหลากหลายทางชีวภาพ

แนวคิดของ Community BioBank ที่พัฒนาโดย สพภ. ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ
1) มีการเก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพในรูปแบบสิ่งมีชีวิต (Living Collection) ที่อาจเป็นได้ทั้ง In situ หรือ Ex situ ก็ได้
2) มีระบบฐานข้อมูล
3) มีระบบบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ Community BioBank

ทั้งนี้ การดำเนินงานต้องมีความร่วมมือขององค์กรของชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานทางวิชาการ และต้องมีสถานที่เก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพ

การขับเคลื่อนให้เกิด “ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน” จะเป็นพื้นฐานของพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างบน “จุดแข็งของประเทศ”ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์
โดยมีคลังข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชนและภาคส่วนต่างๆ ในการอนุรักษ์ใช้และได้รับประโยชน์จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นกลไกคานงัดสำคัญที่นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเป็นธรรมในสังคม

ประการสำคัญคือการที่ชุมชนท้องถิ่นสามารถ “สร้างมูลค่าจากคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น” จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดความหวงแหน อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพนั้น ทั้งนี้ การใช้กลไกการสร้างรายได้ เพื่อเป็นเครื่องมือของการอนุรักษ์นับเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของการอนุรักษ์ที่นานาชาตินำมาปรับใช้

ทั้งนี้นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ได้นำเสนอหลักการและความสำคัญของจุดเปลี่ยนและความสำคัญของเรื่องธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพ ในการประชุมวิชาการของ สวทช ภาคเหนือ “วิจัยเข้มแข็ง เสริมแกร่งภูมิภาค” ร่วมกับผู้แทน สวทช และภาควิชาการในการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ หวงแหนและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนท้องถิ่นไทยอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา

ภาพและข่าว: สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน), เผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่