กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

สพภ. ร่วมกับ สวทช. จัดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ IBD2019

สพภ. ร่วมกับ สวทช. จัดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ IBD2019

สพภ. ร่วมกับ สวทช. จัดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ IBD2019

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) พร้อมกับ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมแถลงข่าวการจัดประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ IBD2019 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2562 ณ เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์เซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับงานประชุม IBD2019 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยและวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น ด้านอนุกรมวิธาน ด้านนิเวศวิทยา ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูถิ่นอาศัยทั้งในและนอกถิ่นกำเนิด เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำความหลากหลายทางชีวภาพส่งเสริมเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการประชุมที่รวบรวม และประชาสัมพันธ์ผลงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย ชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนไทย

นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) กล่าวว่า ในการประชุมวิชาการนานาชาติ IBD2019 นี้ สพภ. รับผิดชอบในการจัดนิทรรศการด้วยการรวมพลังของทุกหน่วยงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยทั้งราชการ เอกชน ธุรกิจ และภาคประชาชน รวม 31 องค์กร 25 ชุมชน ร่วมกันจัดกิจกรรมนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ” หรือ “Bio-Wealth Country” ประกอบด้วยนิทรรศการ 9 ส่วน อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวิทยาศาสตร์และลานเรียนรู้สำหรับเยาวชน นิทรรศการด้านการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนท้องถิ่น นิทรรศการความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการเก็บรักษาในระยะยาว นิทรรศการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและอนุรักษ์ รวมทั้งกิจกรรมสาธิตเพื่อส่งเสริมอาชีพ และการแสดงผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความอุดมสมบรูณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำมาใช้สร้างประโยชน์ พัฒนาประเทศ และสร้างเสริมความอยู่ดีกินดีของประชาชนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการดูแลรักษา และการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพนั้นๆ ด้วย

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 8 อันดับแรกของโลก และสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีพืชไม่น้อยกว่า 12,000 ชนิด ร้อยละ 8 ของพืชที่คาดว่ามีอยู่ในโลก และมีจุลินทรีย์ราว 150,000-200,000 ชนิด ร้อยละ 5-6 ของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาประเทศบนฐานทรัพยากรชีวภาพทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องการการวิจัย และการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานทั้งที่เป็นความรู้สมัยใหม่และความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการบูรณาการเชื่อมต่อกับศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพ ทำให้ต้องเร่งสร้างความรู้ พัฒนาการวิจัย และบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่ทำวิจัยและคุ้มครองปกป้องทรัพยากรชีวภาพทั้งภายในและต่างประเทศ

เผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่