วันที่ 30 มิถุนายน 2560 นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายไทย และ Mr. JORGE RODRIGUEX ROMERO ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาฝ่าย EU ร่วมประชุม ในการเจรจาการจัดทำข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจในการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (Thai – EU FLEGT-VPA) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมฯ โดยในโอกาสนี้ มีนายประลอง ดำรงค์ไทย โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ตลอดจนคณะทำงาน FLEGT VPA ฝ่ายไทย ร่วมเจรจา
การเจรจาครั้งนี้ มีประเด็นการเจรจาและผลสรุปโดยย่อ ทั้ง 8 ประเด็น ดังนี้คือ
1. การพัฒนาด้านกฎหมาย รัฐบาล โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการดำเนินการเพื่อการปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เข้ากับบริบทในปัจจุบันเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมมานาน และหลายประเด็นยังไม่เคยดำเนินการมาก่อนเลย ทั้งนี้ เพื่อจัดการปัญหา/ช่องว่าง ในการจัดการด้านป่าไม้ ที่เกิดขึ้น
2. การเชื่อมโยง การให้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และระบบใหม่ๆ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า FLEGT นั้น ได้ร่วมสนับสนุนการริเริ่มการดำเนินการในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
3. นิยามความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ จะมีการดำเนินการทดสอบร่างนิยามความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ อย่างครอบคลุม ในพื้นที่ตัวอย่าง 73 แห่ง ทั่วประเทศ
4. ขอบเขตผลิตภัณฑ์ ทั้งสองฝ่ายจะมีการแบ่งปันข้อมูลเพื่อช่วยให้ประเทศไทยไว้ใช้สำหรับการปรับปรุงร่างขอบเขตผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น
5. กลไกการตรวจสอบ ได้มีขบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบ วางแผนกลไกการตรวจสอบให้มีความเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น
6. การตรวจสอบการนำเข้า มีการพัฒนาระบบความเสี่ยงบนพื้นฐานของระบบการสืบทานเอกสาร (DDS) เพื่อประเมินปัญหาด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นในการนำเข้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
7. ระบบรับประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ มีการออกแบบระบบติดตามใน "นิยามความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และระบบการควบคุมการนำเคลื่อนที่ของไม้"
8. Roadmap ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในแผนการดำเนินการในส่วนของกิจกรรมร่วมกัน จนกว่าจะมีการเจรจาครั้งต่อไป ในปี 2018
ประเทศไทยเล็งเห็นว่าการทำ VPA จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและ EU รวมทั้งเสริมให้มีการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ถูกต้องตามกฎหมาย ลดการตัดไม้ที่ผิดกฎหมายซึ่งไทยเองได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะให้มีการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในระดับสากล
เมื่อเสร็จการประชุมเจรจาแล้ว หัวหน้าคณะเจรจาทั้งไทยและ EU ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลสำเร็จที่จะได้รับตามผลสรุป และทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักดีว่ากระบวนการเจรจาและการดำเนินการทำ VPA จะเป็นกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันดำเนินการในระยะยาวต่อไป
















