กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

คพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าภายในเรือ KMTC HONGKONG บริเวณท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

คพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าภายในเรือ KMTC HONGKONG บริเวณท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

คพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าภายในเรือ KMTC HONGKONG บริเวณท่าเทียบเรือ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

         วันนี้ (30 พฤษภาคม 2562)  เวลา 15:00 น. นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  แถลงข่าว ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเพลิงไหม้ตู้เก็บสารเคมีบนเรือ ที่ท่าเหลือแหลมฉบัง ชลบุรี ซึ่งผลจากการตรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สภาพอากาศเป็นปกติ แต่ยังคงติดตามคุณภาพน้ำทะเลน้ำเสียมีการรวบรวมและส่งบำบัดหรือกำจัด
ตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้การสนับสนุน และติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพน้ำทะเล และคุณภาพอากาศ รวมทั้งการตกค้างในสิ่งแวดล้อมต่อไป

          นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ตู้สินค้าภายในเรือ KMTC HONGKONG ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเกาหลีใต้ บรรทุกตู้สินค้าเพื่อมาส่งที่ท่าเทียบเรือ A2 ของบริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ภายในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง ตำบลสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีว่า ตั้งแต่ได้รับประเด็นดังกล่าว คพ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานแก้ไขปัญหาควบคุมสถานการณ์ พร้อมทีมดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้ โดยทำการฉีดน้ำและโฟมตู้สินค้าบนเรือ แต่เนื่องจากตู้สินค้าบนเรือมีสารเคมีและวัตถุอันตรายซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัด อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งกลุ่มควันจากเหตุเพลิงไหม้ทำให้มีไอระเหยสารเคมีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชลบุรีจึงได้ประกาศให้พื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบังเป็นพื้นที่อันตราย และได้ประกาศให้อพยพประชนชนที่อยู่ใต้ลมไปยังจุดที่ปลอดภัย ต่อมาท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบังสามารถควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวเข้าสู่ภาวะปกติ และได้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินในเวลา 24.00 น. ส่วนสาเหตุของการระเบิดและเพลิงไหม้ตู้สินค้าภายในเรือ KMTC HONGKONG อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้เข้ามาเก็บหลักฐานบางส่วน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562

          นางสุวรรณา กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ได้รายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและมาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 25 - 27 พฤษภาคม 2562 รวม 228 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งหน่วยงานด้านการสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดชลบุรีได้ติดตามสถานการณ์ผลกระทบด้านสุขภาพประชาชนและให้การดูแลประชาชนทั้งด้านการรักษาผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี จัดทีมคัดกรองสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีราชาและโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดทีมหน่วยปฐมพยาบาลและหน่วยสุขภาพจิตเคลื่อนที่ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่พบว่า มีอาการระคายเคืองผิวหนัง แสบคอ แสบตา และตระหนก หวาดกลัว ทั้งนี้ ท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบังได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุผู้ประสบภัย ณ เทศบาลนครแหลมฉบัง เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

          ทั้งนี้ คพ. ได้ทำการตรวจวัดมลพิษทางอากาศเบื้องต้น ดังนี้ 1) บริเวณพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณท่าเทียบเรือ.A2 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (VOCs).อยู่ในช่วง 1.2 - 2.4 ppm.สาร Formaldehyde อยู่ในช่วง 0.92 - 1.96 ppm ซึ่งสาร Formaldehyde.ที่ตรวจพบมีค่าเกินกว่าค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ระดับ 1 ซึ่งจะต้องมีค่าไม่เกิน 0.9 ppm โดยตรวจวัดด้วยเครื่อง Multiple Gas Detector จึงได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานควบคุมเพลิงไหม้สวมใส่หน้ากากป้องกันไอระเหยจากสารเคมี  กรมควบคุมมลพิษ ได้ติดตามตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่จุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2562 ตรวจพบสาร VOCs และ สาร Formaldehyde ปริมาณเล็กน้อย ตรวจไม่พบก๊าซคลอรีน และ 2) บริเวณชุมชนภายนอกจุดเกิดเหตุ จำนวน 3 จุด  เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ประกอบด้วย จุดรวมพลวัดบ้านนา, ชุมชนบ้านนา และชุมชนแหลมฉบัง พบว่า มีค่าสาร VOCs และ สาร Formaldehyde เล็กน้อย  ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ ได้ติดตามตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
ในพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2562 ตรวจไม่พบสาร VOCs สาร Formaldehyde และก๊าซคลอรีน  ซึ่งปัจจุบันสภาพอากาศบริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

          นางสุวรรณา กล่าวอีกว่า คพ. ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562  โดยตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล จำนวน 2 จุด ส่งให้ห้องปฏิบัติการกรมควบคุมมลพิษทำการวิเคราะห์สารโลหะหนัก และเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี และท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง ทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทะเลโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 6 จุด โดยเก็บตัวอย่างน้ำวิเคราะห์พารามิเตอร์กลุ่มโลหะหนัก Residue Chlorine และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์

            จากการตรวจสอบในเบื้องต้น สาร Calcium Hypochlorite ที่เป็นสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 13 ตู้ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุของเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ มีลักษณะเป็นของแข็งสีขาว เป็นเม็ดเล็กๆ มีกลิ่นของคลอรีน เป็นสารออกซิไดซ์เซอร์  ละลายน้ำแล้วจะมีสภาพเป็นด่าง (pH 10.4-10.8)  เมื่อเกิดการเผาไหม้จะปลดปล่อยก๊าซคลอรีนหรือไอกรดไฮโดรคลอริก  ขณะที่น้ำเสียจากการดับเพลิงที่อยู่ใต้ท้องเรือทั้งหมด สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบังจะส่งไปบำบัดที่โรงงานรับบำบัดน้ำเสียของบริษัท สยามเอ็นไวรอนเมนทอล เทคโนโลยี จำกัด ทะเบียนโรงงานเลขที่ ข3-101-1/41 รย. ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียล พาร์ค อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งวันนี้ได้เริ่มขนน้ำเสียไปบำบัดแล้ว  

ข่าว : คพ., ภาพ,เผยแพร่ : อาทิตยา, จันทร์เพ็ญ

แกลเลอรี่