กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ BEDO ขอเชิญร่วมงานมหกรรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ประจำปี 2560 ภายใต้แนวคิด "10 ปี BEDO สร้างชีวิตสมดุลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยในวันนี้ (27 กรกฎาคม 2560 ) นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน และ นายธนศิษฐ์ พิบูลวัฒนากร รองประธานชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศสัตว์ป่ากุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงข่าว "BEDO แถลงผลงาน 10” พร้อมเปิดเผยผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนที่นำความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ BEDO เปิดเผยว่า BEDO ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2550 และได้ครบรอบ 10 ปีในปีนี้ ที่ผ่านมา BEDO มีการทำงานที่ใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่นที่ถือเป็นฐานทรัพยากรของประเทศ โดย BEDO ให้ความสำคัญมากกับการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนฐานรากให้มีความสามารถในการพึ่งตนเอง ตระหนักถึงความได้เปรียบด้านทรัพยากรท้องถิ่นและการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม หากแต่การพัฒนาดังกล่าวจะต้องไม่ทำลายฐานทรัพยากรเดิม นอกจากนั้น BEDO ยังเสริมสร้างศักยภาพด้านธุรกิจให้กับชุมชน ทั้งในเรื่องการส่งเสริมธุรกิจชีวภาพใหม่ๆ การผลักดันการปรับปรุงข้อกฎหมายที่สำคัญ อีกทั้งยังกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเห็นประโยชน์ถึงการใช้ทรัพยากรชีวภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ทั้งนี้ ใน 10 ปีที่ผ่านมา BEDO ได้สร้างการรับรู้เพื่อขยายแนวคิดเหล่านี้ออกไปอย่างกว้างขวางและครอบคลุมไปทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิดด้านการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรชีวภาพพร้อมนำเสนอผลงานและประโยชน์ของ BEDO ต่อชุมชนท้องถิ่น
10 ปีของ BEDO ที่ได้มีการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องนับว่ามีความสำคัญและใกล้ชิดกับแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำของระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น ถ้าเราสามารถเสริมความเข้มแข็งและกระตุ้นให้ชุมชนเหล่านั้นสามารถจดบันทึก จดแจ้งและช่วยกันเฝ้ามองว่าในแต่ละวันของท้องถิ่นตัวเองมีทรัพยากรอะไรที่สำคัญ อะไรที่หายไป อะไรที่มีเพิ่มขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบอกได้ว่ามีใครเข้ามาสนใจหรือตามหาทรัพยากรท้องถิ่นนั้นไปใช้ในการใช้ประโยชน์ เราทุกคนก็จะช่วยกันเฝ้าระวังความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity Watch ซึ่ง BEDO ได้มีการวางระบบและพยายามที่จะให้เกิดระบบฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับประเทศ โดยเริ่มจากการสนับสนุนให้หน่วยงาน นักวิชาการร่วมกันจัดทำบัญชีรายการทรัพย์สินชีวภาพ และข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการออกแบบ Portal website
BEDO มุ่งเน้นส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเพื่อนำทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่นที่มีศักยภาพตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยมีการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพควบคู่กันไป การดำเนินงานเริ่มตั้งแต่ค้นหาทรัพยากรชีวภาพที่มีจุดเด่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนากระบวนการผลิต วัตถุดิบที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปันรายได้นำไปอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องจนสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ส่งเสริมช่องทางและสร้างโอกาสทางการตลาดผ่านตราส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรชีวภาพ (BioEconomy Promotion Mark) นอกจากนี้ BEDO ยังขยายผลด้วยการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป
ที่ผ่านมา BEDO ได้มีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชน ทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นกลไกที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคของประเทศไทย 4.0 ที่ผ่านมา BEDO เห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือ GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยได้ร่วมมือกับทางจังหวัดและสถาบันการศึกษาในพื้นที่เพื่อให้ความรู้และช่วยจัดทำร่างคำขอขึ้นทะเบียน GI เพื่อยื่นต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า หมากเม่า น้ำหมากเม่าสกลนคร พริกมันบางช้าง ผ้าย้อมครามธรรมชาติสกลนคร ลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน เป็นต้น นอกจากนี้ในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับระหว่างประเทศ BEDO ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเวทีการประชุมขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยากรชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแสดงออกซึ่งวัฒนธรรม ที่สอดคล้องกับภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ การเก็บรวบรวมและจัดทำบัญชีรายการ และการสนับสนุนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการอ้างถึงความเป็นเจ้าของในทรัพยากรและการแบ่งปันผลประโยชน์ (Access and Benefit Sharing) กรณีนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์
ด้าน นายชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ได้ร่วมงานกับ BEDO เรามีความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก BEDO เปรียบเสมือนมิตรแท้เพื่อนเดินทาง เป็นพี่เลี้ยง ที่ดีมากในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์การสร้างคุณภาพ และสิ่งที่สำคัญคือการติดอาวุธให้กับชาวบ้านในเรื่องของการเรียนรู้ ทำให้ชาวบ้านคิดเป็น เข้าใจเรื่องของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การนำเอาทรัพยากร ที่มีอยู่มาทำให้เกิดเศรษฐกิจได้ และที่สำคัญคือชาวบ้านที่ไม่มีความรู้อะไรเลย แต่ BEDO สามารถนำเขามาพัฒนาเป็นนักวิทยาศาสตร์น้อยๆ ภายในชุมชนของเรา BEDO เน้นเรื่องการพัฒนาคน พัฒนาความรู้ ได้รับการสนับสนุนดูแลอย่างต่อเนื่อง
นายธนศิษฐ์ พิบูลวัฒนากร รองประธานชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศสัตว์ป่ากุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สมาชิก ชมรมซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่าลงมากินและทำลายพืชเกษตร แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ส่วน BEDO ได้เข้ามาช่วยเหลือทางชมรมในด้านพัฒนาคนในชมรม โดยการประชุมระดมความคิดเห็น พาไปศึกษาดูงานทำให้สมาชิกชมรมมีความเข้าใจในกิจกรรมบริการการท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่ามากขึ้น และขณะนี้ทางชมรมกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่การให้บริการท่องเที่ยวโดยชุมชนเต็มรูปแบบ ซึ่งเรามีที่พักแบบโฮมสเตย์และกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้กิจกรรมเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนคำแนะนำจาก BEDO ด้วยดีเสมอมา
















