ทช. ร่วมหารือกับทุกภาคส่วนกำหนดแผนและมาตรการในการดูแลพะยูน
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานการประชุมและการแถลงข่าวในการวางแผนและกำหนดมาตรการตรวจตราดูแลสัตว์ทะลหายาก (พะยูน) ในพื้นที่จังหวัดกระบี่อย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีนายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยพลเรือตรี นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาค 3 นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรม ทช. กรมอุทยานฯ สนง.ทสจ.กระบี่ ผู้แทนจากกองทัพเรือ กอ.รมน.กระบี่ รวมถึงนายอำเภอพื้นที่ที่ติดชายฝั่งทะเลทั้ง 5 อำเภอ ประมงจ.กระบี่ ประชาสัมพันธ์ จ.กระบี่ และคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมและแถลงข่าวในครั้งนี้
นายจตุพร บุรุุุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ปัจจุบันพะยูนในประเทศไทยมีจำนวน 200 - 250 ตัว โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งพะยูนทั้งประเทศพบที่ จ.ตรัง 70% จากการสำรวจการเกยตื้นของพะยูนในช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา พบการเกยตื้นเสียชีวิตจำนวน 5 ตัว และพบลูกพะยูนเกยตื้น 2 ตัว คือน้องมาเรียม และน้องยามีล ซึ่งตอนนี้กรม ทช. ได้รับไปอนุบาลดูแลเพื่อเตรียมปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ โดยการเกยตื้นเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง 89% ป่วยตาย 10% และอื่นๆ 1%
นายจตุพร อธิบดี ทช. กล่าวต่อว่า กรมฯ ได้ดำเนินการจัดเตรียมทำแผนและกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาการเกยตื้นของพะยูน แบ่งออกเป็น มาตรการเร่งด่วน มาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาว อีกทั้งสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ ให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงช่วยกันดูแล ปกป้อง และทำประมงอย่างถูกกฎหมาย พร้อมกับจัดตั้งศูยน์เฝ้าระวังทั้ง 4 จุดในการดูแลพะยูน นอกจากนี้ ในอนาคต กรม ทช. จะร่วมมือกับกองทัพเรืิอ กรมอุทยานฯ และหน่วยงานทุกภาคส่วนในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อสนับสนุนกองกำลังพล อุปกรณ์ เรือลาดตระเวน และเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้ปฏิบัติงาน ในการปกป้อง ดูแลทรัพยากรพะยูนและสัตว์ทะเลหายากให้อยู่คู่กับท้องทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันสืบไป
















