กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ผู้ช่วย รมว.ทส. เปิดเวทีสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ จังหวัดลำพูน

ผู้ช่วย รมว.ทส. เปิดเวทีสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ จังหวัดลำพูน

ผู้ช่วย รมว.ทส. เปิดเวทีสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ จังหวัดลำพูน

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 10.00 น. นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบ นายนพดล  พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เปิดเวทีสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ บ้านดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ) ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮง จังหวัดลำพูน ในการนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวเปิดงานและมอบนโยบาย พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดการพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ พื้นที่จิตวิญญาณ ตามมติ ครม.ฯ หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนชาวเกาะคา จังหวัดลำปาง เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาภัยแล้ง และเรื่องอื่นๆ

สำหรับชุมชนดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ) เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมายาวนานไม่ต่ำกว่า 219 ปีมาแล้ว ชาวบ้านดอยช้างป่าแป๋ เป็นชาติพันธุ์ปกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยงสะกอ ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายและกฎหมายการจัดการทรัพยากรของรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2507 หลังจากมีพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านโฮ่งทับโดยไม่มีการกันพื้นที่ชุมชนออกให้ 

ในปี 2538 ได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาดำเนินการสำรวจพื้นที่การทำไร่หมุนเวียนของชาวบ้าน ซึ่งมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ด้วย อันเกิดจากองค์ความรู้และภูมิปัญญาการทำเกษตรกรรมยั่งยืนโดยใช้วิธี “ลิดไม้กิ่ง หรือ ตัดกิ่งเล็กกิ่งน้อยออก” เพื่อรักษาต้นตอไม้ให้คงอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามภาพถ่ายทางอากาศพบการลิดกิ่งไม้จึงได้กล่าวหาชาวบ้านว่าเป็นผู้บุกรุกป่า และแนะนำให้ตัดต้นไม้ที่ลิดกิ่งออกเพื่อให้เป็นพื้นที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร

หลังจากที่ชาวบ้านได้ตัดต้นไม้ลิดกิ่งออก เจ้าหน้าที่ทางภาคพื้นดินก็มาสำรวจอีกครั้ง แล้วพบเห็นตอไม้ขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านตัดออกแล้ว กลับกล่าวหาชาวบ้านว่า บุกรุกพื้นที่และตัดไม้ทำลายป่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านหวาดระแวงในการทำไร่หมุนเวียน ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาตรวจสอบรังวัดแนวเขตและแจ้งชาวบ้านว่า พื้นที่ทำกินดังกล่าวตอนนี้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งมีพื้นที่ชุมชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่งด้วย 

หลังจากที่มีนโยบายของรัฐบาลทวงคืนผืนป่าในปี 2557 ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทวงคืนพื้นที่ทำกิน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นายชาญชัย กุละ ผู้ใหญ่บ้านดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ) ได้รับการประสานงานจากนายกเทศมนตรีตำบลบ้านตาล อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ห้ามชาวบ้านดอยช้างป่าแป๋ดำเนินการทำไร่หมุนเวียน โดยเทศบาลบ้านตาลจะยึดคืนพื้นที่แล้วนำต้นไม้ไปปลูกแทน หากชาวบ้านทำกิจกรรมใดๆจะดำเนินการจับกุม หรือไม่ให้ทำกินทั้งหมดในอาณาเขตบริเวณฝั่งเทศบาล 

คณะกรรมการหมู่บ้านได้ประชุมหารือกันเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยสรุปว่า ชุมชนทำกินมานานแล้ว ถือเป็นพื้นที่จิตวิญญาณดั้งเดิม ในการกันพื้นที่ออกของเทศบาล ได้ยึดตามแผนที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง แต่ไม่ผ่านประชาวิจารณ์จากชุมชน ทางชุมชนจะทำหนังสือเรียนไปถึงนายก อบต. ป่าพลู ซึ่งเป็นเขตปกครองในพื้นที่ ดำเนินการรังวัดพื้นที่ใหม่หรือหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหา

หลังจากประสบปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากรอันเนื่องมาจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ชุมชนได้หารือแนวทางการแก้ไขปัญหา จากเดิมดำเนินงานด้านวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพื้นที่ชุมชนถูกประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่งเมื่อปี 2559 จนเกิดเหตุการณ์ยึดไร่หมุนเวียน ชุมชนเล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนเพียงในชุมชนด้วยกันเองอาจไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา จึงตัดสินใจเข้าร่วมกับสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ในฐานะสมาชิกของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

ข้อเสนอของชุมชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.ขอให้เพิกถอนเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่งออกจากพื้นที่ 21,023 ไร่ที่เป็นขอบเขตชุมชน ให้เหลือเป็นสถานะป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านโฮ่ง แล้วให้สิทธิชุมชนในการจัดการในรูปแบบป่าชุมชนหรือป่าจิตวิญญาณ 2.เนื่องจากชุมชนดอยช้างป่าแป๋เป็กะเหรี่ยงดั้งเดิมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าอยู่ในอาศัยและดำรงวิถีชีวิตในพื้นที่มาก่อนการประกาศเป็นเขตป่าของรัฐ ชุมชนจึงยืนยันให้ใช้มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง  ให้มีผลในการฟื้นฟูและคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม 3.ชุมชนไม่ยอมรับมติ ครม. 26 พฤศจิกายน 2561 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงขอให้มีการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนของชาวกะเหรี่ยงด้วย หากยังไม่มีการทบทวนและปรับปรุงแก้ไข ชุมชนจะไม่ขอเข้าร่วมกระบวนการแก้ไขปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 ชุมชนได้ทำประชาคมหมู่บ้าน และมีมติให้เปลี่ยนชื่อชุมชนเป็น “ดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ)”

แกลเลอรี่