"วราวุธ" รมว.ทส. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและมอบนโยบายสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามผลการดำเนินงานที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทั้งด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าต้นน้ำ ด้านโครงการหลวง การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน พร้อมมอบนโยบายเพื่อปกป้องผืนป่า ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน "รัฐได้ป่า ประชาได้ที่ทำกิน" แก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ภัยแล้ง รวมทั้ง แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่
วันนี้ (5 มีนาคม 2563) เวลา 10.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด 4 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ 1. การดำเนินงานด้านโครงการหลวง และโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 2. ผลการดำเนินการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล 3. การฟื้นฟูและปลูกป่าต้นน้ำ และ 4.การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน และการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสียหายจากไฟป่า และมอบนโยบายที่สำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน รวมทั้ง ให้แนวทางการปฏิบัติ แก่ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (นายรัฐพล นราดิศร) กล่าวให้การต้อนรับ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทรัพยากรธรณี กรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมการประชุม และรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ณ ห้องประชุมองค์การสวนสัตว์เชียงใหม่
รมว.ทส. กล่าวว่า สิ่งสำคัญหรือหัวใจสำคัญ ในการฟื้นฟูป่าและปลูกป่าต้นน้ำ การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ คือการสร้างความเข้าใจ ทำความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ให้เห็นถึงปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเผาในที่โลงแจ้ง การตัดไม้ทำลายป่า ให้เห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ว่าการมีป่าไม้ที่สมบูรณ์จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้อย่างไร อีกทั้ง ให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันปฏิบัติงาน ไม่แบ่งแยก เร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาสัมพันธ์ และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ รวมทั้ง ให้บริษัท ภาคเอกชน ที่ได้รับสัมปทานมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ต้องมีสถิติข้อมูลในการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาการทำงาน รมว.ทส. ยังได้กล่าว เน้นย้ำด้านโครงการหลวง ให้ทุกหน่วยงานปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการน้อมนำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 มาพัฒนาพื้นที่ และให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. นำโครงการหลวง โครงการตามพระราชดำริ มาเป็นภารกิจอันดับหนึ่งในการดำเนินงาน โดยไม่มีการกล่าวอ้างใด ๆ
ทั้งนี้ รมว.ทส. ได้ฝากทิ้งท้ายให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกระดับ เรียนรู้และทำความเข้าใจกับสโคปงานของทุกกรม ทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อความก้าวหน้าของตนเอง และเร่งรัดดำเนินงาน การเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน เพื่อเป้่าหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นกระทรวงที่ดีที่สุดต่อไป
















