'วราวุธ' รมว.ทส. ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนติดตาม กิจกรรมโครงการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Maehongson Model)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 ที่นายกรัฐมนตรี และคณะ ครม.ได้เดินทางมาตรวจราชการและรับฟังปัญหาของประชาชนเรื่องที่ทำกินในเขตป่าฯ จึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎร ในเขตป่าอนุรักษ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าและไม่มีเอกสารสิทธิการครอบครองสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกกฎหมาย
วันนี้ (6 มีนาคม 2563) เวลา 10.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามนโยบายรัฐบาล กิจกรรมโครงการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Maehongson Model) ซึ่งดำเนินการสำเร็จเป็นแห่งแรก และจะเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยต่อไป พร้อมพบปะพูดคุยสร้างความรู้ความเข้าให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ ประชาชนในพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของรัฐบาล ให้สามารถทำกินได้อย่างถูกกฎหมาย รวมทั้ง ร่วมมือกันอนุรักษ์ผืนป่าให้เกิดความสุมดุลยั่งยืน และรับฟังบรรยายสรุปโครงการฯ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และร่วมเป็นสักขีพยานการรับมอบข้อมูลการสำรวจพื้นที่ทำกินหมู่บ้านนำร่อง ณ โรงแรมอิมอิมพีเรียลธารา แม่ฮ่องสอน โดยมี นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน จำนวน 300 คน
รมว.ทส. กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด โดยมีพื้นที่ป่าไม้มากถึงร้อยละ 86.50 ของพื้นที่จังหวัด ซึ่งป่าไม้ ต้นไม้ทุกต้นมีความสำคัญ มีคุณค่ามหาศาล ทั้งช่วยกำจัดมลภาวะอากาศ ช่วยกักเก็บน้ำทำให้มีน้ำกิน น้ำใช้ ไม่เกิดภัยแล้ง จังหวัดที่เกิดภัยแล้งส่วนใหญ่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ดังนั้น เนื่องจากต้นไม้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงขอฝากให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกคน ร่วมมือกันอนุรักษ์ รักษาพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วคนที่ได้รับประโยชน์ก็คือพวกเราทุกคนจะได้อยู่อย่างมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และรักษาไว้ให้ลูกหลานคนรุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต เพราะเราได้ยืมทรัพยากรจากคนรุ่นหลังในอนาคตมาใช้เราจะส่งคืนให้ลูกหลานในสภาพไหนก็ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน ทั้งนี้ นโยบายของนายกรัฐมนตรีมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ อยากให้ทุกคนสามารถทำมาหากิน หาประโยชน์จากที่ดินทำกินที่ทำอยู่ได้อย่างถูกต้อง ถูกกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนแต่ที่ไม่ได้มีการมอบกรรมสิทธิ์ของที่ดิน เนื่องจากป้องกันไม่ให้กลุ่มนายทุนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ มาซื้อขาย ตัดไม้ทำลายป่า รมว.ทส. กล่าวต่อไปว่าเรื่องการ "เผา" ขอฝากไว้ว่าเวลาจะเผาขอให้ร่วมมือกัน หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระเบียบแบบแผนการจัดการการเผาอย่างเป็นระบบ หารือแนวทางการเผาว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะผลัดกันเผาทีละอำเภอสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เพื่อลดปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 สภาพอากาศของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้ดีขึ้น สำหรับปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ปัญหาหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นหน้่าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการต่อไป รมว.ทส. ได้กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณพี่น้องประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ ที่มาต้อนรับ พบปะพูดคุยกันในวันนี้ และจะมาเยี่ยมเยียนติดตามทำสิ่งที่ดี ๆ ให้กับทุกคนต่อไป
















