ทส.ร่วมผนึกกำลัง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในไทย ให้สำเร็จในปี 2565
วันนี้ (31 ส.ค. 63) เวลา 14.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ "การบูรณาการความร่วมมือในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ : มาตรการทดแทนปูนเม็ด" ที่เป็นการผนึกกำลัง 5 กระทรวง 16 หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา มุ่งหวังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ไม่น้อยกว่า 300,000 ตัน CO2 ภายในปี พ.ศ. 2565 ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และเพิ่มการใช้งานปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อย CO2 ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถชะลอและลดผลกระทบ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงร่วมกับประชาคมโลกในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อบรรลุเป้าหมายลดโลกร้อน (Global Warming) ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวสนับสนุนต่อความร่วมมือการดำเนินการว่า ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 12 ของโลกในประเภทกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมสนับสนุน และร่วมขับเคลื่อนมาตรการทดแทนปูนเม็ด เพื่อลดผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในประเทศในระยะยาว ลดความเสี่ยงภัยของประเทศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ได้มีการจัดทำแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 - 2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on Mitigation 2021 – 2030) เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย‘มาตรการทดแทนปูนเม็ด’ เป็นหนึ่งในมาตรการหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในสาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมาตรการดังกล่าวถือเป็นแนวทางการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพสูง มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนให้มีการใช้งานผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นได้ถึง 850,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
















