ทส.ยกระดับเครือข่ายป่าชุมชนอีสาน สู่การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างสมดุลและยั่งยืน
วันนี้ (19 มี.ค. 64) เวลา 10.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของเครือข่ายชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” และสักขีพยานในการกล่าวปฏิญานตนจากสมาชิกเครือข่ายป่าชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมมอบหนังสือแสดงป่าชุมชน จำนวน 20 จังหวัด 40 ป่าชุมชน และมอบเงินอุดหนุนป่าชุมชน โครงการสร้างเศรษฐกิจจากป่าชุมชน จำนวน 70 ป่าชุมชน โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร ทส. คณะกรรมการป่าชุมชนและตัวแทนเครือข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านป่าชุมชนในพื้นที่ รวมกว่า 300 คน เข้าร่วมสัมมนาฯ และมีนายเมธา รุ่งฤทัยวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี
นายวราวุธ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้วางแนวทางการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ โดยกำหนดให้มีการขยายป่าชุมชนเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการป่าที่อยู่ใกล้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มุ่งเน้นและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
"ต้นไม้ 1 ต้น มีคุณค่าหลากหลาย ทั้งเป็นเครื่องฟอกอากาศ เป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นที่ยึดหน้าดินไม่ให้เกิดดินถล่มในฤดูน้ำหลาก รวมถึงเป็นที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกต้นไม้ 1 ต้นใช้เวลา 40-50 ปี ในการเติบโต แต่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ในการตัดทำลาย ในวันนี้จึงขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกัน ดูแล รักษาผืนป่า เพราะทุกตารางนิ้วของผืนป่า ถือเป็นประโยชน์มหาศาลที่จะส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน"
ปัจจุบันมีป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 จำนวน 11,327 ป่าชุมชน โดยชุมชนเข้ามีส่วนร่วม 13,028 หมู่บ้าน รวมเนื้อที่ 6.29 ล้านไร่ มีเครือข่ายสมาชิก 177,623 คน และได้รับรองเป็นเครือข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดรวม 68 จังหวัด สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเครือข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัด 20 จังหวัด มีสมาชิกเครือข่าย 71,457 คน จาก 5,884 หมู่บ้าน ซึ่งถือว่ามีเครือข่ายป่าชุมชนจำนวนมาก จึงจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของเครือข่ายป่าชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนงานด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างสอดคล้องเป็นทิศทางเดียวกัน ให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ในการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนสามารถจัดทำแผนจัดการป่าชุมชนร่วมกันตามหลักวิชาการป่าไม้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมินิเวศในแต่ละท้องที่ และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 ถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายการจัดตั้งป่าชุมชน ขยายขอบเขตการทำงานเชิงพื้นที่ รวมไปถึงการขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จของการเพิ่มและพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
















