กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

'วราวุธ' ติดตามการสำรวจและประเมินเสถียรภาพ “เขาตาปู” สั่งเข้มแลนด์มาร์ค จ.พังงา ต้องอยู่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

'วราวุธ' ติดตามการสำรวจและประเมินเสถียรภาพ “เขาตาปู” สั่งเข้มแลนด์มาร์ค จ.พังงา ต้องอยู่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

'วราวุธ' ติดตามการสำรวจและประเมินเสถียรภาพ “เขาตาปู” สั่งเข้มแลนด์มาร์ค จ.พังงา ต้องอยู่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

วันนี้ (16 เมษายน 2564) เวลา 14.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังการดำเนินงานสำรวจทางธรณีวิทยา ธรณีเทคนิค และประเมินเสถียรภาพบริเวณพื้นที่เขาตาปู ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา เพื่อประเมินเสถียรภาพและความเสี่ยงต่อการพังทลายจากการถูกกัดเซาะของน้ำทะเล จากกรมทรัพยากรธรณี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และหน่วยงานในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา 

นายวราวุธ กล่าวว่า จากกรณีที่มีการพังทลายของแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีหลายแห่งของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา จึงมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และไม่อยากให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างทางธรณีที่มีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์เช่นนี้อีก จึงได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการสำรวจอย่างเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ต่อไป 

“การอนุรักษ์ ‘เขาตาปู’ ถือได้ว่าเป็นการสู้กับธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพทางธรณีวิทยา และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง จึงต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่ออนุรักษ์ให้ ‘เขาตาปู’ เป็นแลนด์มาร์คของ จ.พังงา และเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยไปให้ได้ยาวนานที่สุด และการศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการดำเนินงานด้านธรณีวิทยาของประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งสำรวจแหล่งธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงต่อการพังทลายเช่นนี้ เพื่อวางแนวทางการป้องกันก่อนที่จะต้องสูญเสียแหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ไป”

‘เขาตาปู’ เป็นอัตลักษณ์ที่สวยงามและมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีรูปร่างคล้าย "ตาปู" นับเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของ จ.พังงา และของประเทศไทย หลายคนรู้จักในนามเกาะเจมส์บอน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี 

ปัจจุบันโครงสร้างธรณีวิทยาของเขาตาปูแห่งนี้ อาจมีเสถียรภาพที่เสี่ยงต่อการพังทลายจากหินร่วง ที่ผ่านมาพบเหตุการณ์พังทลายปรากฏเป็นข่าวมาแล้วหลายครั้ง อาทิ บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี เกาะทะลุ จ.พังงา และปราสาทหินพันยอด จ.สตูล 

โดยในการสำรวจ ‘เขาตาปู’ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการพังทลาย ใช้วิธีการสำรวจธรณีเทคนิค - ธรณีวิศวกรรม (การวัดรอยแตก คำนวณอัตราการกัดเซาะ โดยเครื่อง 3D Scanner) การสำรวจธรณีฟิสิกส์ ธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นผิวท้องทะเล โดยเครื่องวัดคลื่นไหวสะเทือน (marine seismic) หยั่งน้ำลึก (echo sounder) และการสำรวจด้านอุทกศาสตร์ เพื่อวัดทิศทางการไหลของกระแสน้ำและความสูงคลื่น เป็นต้น 

สำหรับแนวทางการอนุรักษ์จากการประเมินในเบื้องต้น อาจเป็นการเสริมความแข็งแรง เพิ่มเสถียรภาพของฐานราก โดยไม่ให้เสียทัศนียภาพ การใช้หลักเทคนิควิศวกรรมฐานราก ลดความรุนแรงของคลื่นที่จะเข้าปะทะหรือส่งผลต่อฐานราก ทั้งนี้ การดำเนินการจะเป็นแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังติดตามการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต 

แกลเลอรี่